ส่องพื้นฐานหุ้นไอพีโอ KJL กับจุดเด่นที่สินค้าเป็นส่วนสำคัญในหลายอุตสาหกรรม
คอลัมน์ NEXT IPO วันนี้จะพานักลงทุนมาทำความรู้จักกับบริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ที่ล่าสุดได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ราคาหุ้นละ 13.50 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ หรือ P/E ที่13.99 เท่า และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2565 ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ KJL ได้เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.86 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งมีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน
สำหรับ KJL ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตตู้ไฟ สวิตช์บอร์ด รางเดินสายไฟ และงานโลหะแผ่นแปรรูปสั่งผลิตพิเศษ Sheet Metal Works แบรนด์สินค้า KJL และสินค้าสั่งผลิตที่มีกำลังการผลิตกว่า 20 ล้านชิ้นต่อปี ด้วยเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น แบบครบวงจร
โดยปัจจุบันผลิตและจำหน่าย ตู้ไฟสวิทช์บอร์ด รางเดินสายไฟ อุปกรณ์ที่ใช้เดินสายไฟ และผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูป โดยสามารถแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ดังนี้ 1.ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า KJL หรือ สินค้ามาตรฐานเคเจแอล ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ 1.1 ตู้ไฟสวิทช์บอร์ด 1.2 รางเดินสายไฟ 1.3 กล่องดึงสายไฟ
2.ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายตามคำสั่งผลิตของลูกค้าหรือ สินค้าสั่งผลิต (Made to Order) โดยผลิตภัณฑ์ ที่บริษัทฯ ผลิตตามคำสั่งผลิตของลูกค้า ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตู้ไฟสวิทช์บอร์ด และรางเดินสายไฟ ที่มีลักษณะพิเศษ 3.ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการประกอบ และจำหน่ายสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า 4ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนงานโลหะแปรรูปที่บริษัทฯ เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายตามคำสั่งผลิตของลูกค้า
ขณะที่ผลประกอบการย้อนหลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปี 2562-2564 มีรายได้รวมอยู่ที่ 753.67 ล้านบาท 708.18 ล้านบาท และ 845.78 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5.93% ต่อปี ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.49 ล้านบาท 90.97 ล้านบาท และ 94.04 ล้านบาท ตามลำดับ ถือว่ามีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด งวด 6 เดือนแรกมีรายได้รวมอยู่ที่ 502.89 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 65.79 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย 424.92 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 47.87 ล้านบาท
ทั้งนี้โครงสร้างรายได้ สิ้นงวด 6 เดือนแรกปี 65 ประกอบด้วย สินค้ามาตรฐานเคเจแอล คิดเป็นสัดส่วน 68.53%สินค้าสั่งผลิต (MTO) คิดเป็นสัดส่วน 22.48%, สินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า คิดเป็นสัดส่วน 1.31%, สินค้าโลหะแผ่น คิดเป็นสัดส่วน 2.94% และเศษเหล็ก คิดเป็นสัดส่วน 4.29%
สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นองค์ประกอบสำคัญในหลายๆ อุตสาหกรรม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ดังนั้น การเติบโตของประเภทธุรกิจ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ ศูนย์ข้อมูลและโทรคมนาคม อุตสาหกรรมการเกษตร หน่วยงานราชการ เป็นต้น จึงมีความสำคัญและเป็นโอกาสของธุรกิจในอนาคต
โดยการเข้าซื้อขายใน mai ของ KJL บริษัทจะได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนครั้งนี้ ภายหลังหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะมีจำนวนประมาณ 384.97 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะนำเงินสุทธิที่บริษัทฯ ได้รับไปใช้ ดังนี้
1.เพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้างโรงงาน และเครื่องจักร จำนวน 80 ล้านบาทภายในปี 2566
2.เพื่อใช้ในการลงทุนในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) 25 ล้านบาทภายในปี 2566
3.เพื่อใช้ในการลงทุนศูนย์นวัตกรรม KJL (KJL Innovation Campus) 200 ล้านบาท ภายใน ปี 2568
4.เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ 29.97 ล้านบาท
5.ชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น 50 ล้านบาทภายในปี 2566
ขณะที่บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40.00 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีจากงบเฉพาะกิจการและหลังหักเงินสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่คณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี จะพิจารณาการจ่ายเงินปันผล โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นเป็นหลัก และการจ่ายเงินปันผลนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานตามปกติอย่างมีนัยสำคัญ
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KJL กล่าวว่าเงินที่ได้จากการระดมทุน จะนำไปใช้ในการขยายกิจการรองรับการเติบโตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy โดยลงทุนก่อสร้างโรงงานและเครื่องจักร เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อและการให้บริการในอนาคต , ติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
รวมถึงมลพิษจากการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในองค์กรเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน , ลงทุนสร้างศูนย์นวัตกรรม (KJL Innovation Campus) เพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสการได้เปรียบทางการแข่งขัน , ชำระคืนหนี้และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงินให้กับบริษัท พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ในฐานะ “ผู้นำนวัตกรรม ตู้ไฟรางไฟ ขับเคลื่อนไฟฟ้า
โดยการเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ จะทำให้บริษัทบริษัท มีความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินพร้อมสนับสนุนความสามารถในการสร้างรายได้-กำไร และมีศักยภาพในการเติบโตสูงขึ้น สอดรับกับแนวโน้มอุตสาหกรรมไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตต่อเนื่อง และความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานของ KJL เติบโตอย่างก้าวกระโดด รองรับ Digital Economy พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ในฐานะผู้นำนวัตกรรม ตู้ไฟรางไฟ ขับเคลื่อนไฟฟ้า

