โพยหุ้น GULF-BGRIM-TOP นำทัพหุ้นเด่น รับอานิสงส์ “เงินบาทแข็งค่า”

สัปดาห์นี้ยังมีหลายปัจจัยให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มมีสัญญาณแข็งค่าเช่นกัน เมื่อเทียบจากที่อ่อนค่ามากสุดในช่วงกลางเดือน ต.ค. 65 ที่ราว 38.46 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหากค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มไหนบ้างจะได้รับปัจจัยบวก คอลัมน์โพยหุ้นในสัปดาห์นี้ทีมงานรวบรวมมาให้นักลงทุนแล้ว


อ้างอิงจากการประเมินของนักวิเคราะห์บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีความเห็นว่า หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลบวกจาก “ค่าเงินบาทแข็งค่า” ประกอบด้วย 1.กลุ่มสายการบิน THAI, AAV, BA มีโครงสร้างต้นทุนเป็นเงินสกุลดอลลาร์ราว 60% ค่าเงินบาทแข็งค่าจะทำให้ต้นทุนลดลง, สำหรับ AAV มีหนี้เป็นสกุลดอลลาร์ราว 1 พันล้านเหรียญ ทำให้จะมี unrealized FX gain ราว 1 พันล้านบาท จากทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่า


2.กลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากมีเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้มีการบันทึก unrealized fx gain เข้ามา อย่างไรก็ตาม รายการดังกล่าวเป็นเพียงรายการทางบัญชีและไม่ได้มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด ทั้งนี้หุ้นที่มี impact จากประเด็นดังกล่าวประกอบด้วย GULF, BGRIM, GPSC, RATCH,GUNKUL


3.กลุ่มพลังงาน เนื่องจากมี Positive net exposure ต่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์ต่อสกุลเงินบาท ส่งผลให้อาจจะมีการบันทึก unrealized fx gain สำหรับ PTTGC TOP IVL ขณะที่ผลกระทบต่อ PTTEP และ SPRC น่าจะมีจำกัดเพราะมีการใช้ สกุลดอลลาร์ เป็น functional currency


และ4.กลุ่ม IT Distributor SYNEX, SIS เนื่องจากมีการนำเข้าสินค้าโดยใช้เงินสกุลดอลลาร์ ค่าเงินบาทแข็งค่าจะส่งผลดีด้านต้นทุน


อย่างไรก็ตามหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากเงินบาทกลับมาแข็งค่าและมีโอกาส outperform SET ได้มากสุด ได้แก่ AAV, BGRIM โดยแนะนำ ซื้อ  AAV เป้าหมาย 3.70 บาท ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า เพราะ AAV มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายเป็นสกุลเงินดอลลาร์ราว 60% และมีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์ราว 1 พันล้าน USD ซึ่งทุกๆ 1 บาท ที่แข็งค่าจะมี FX gain ราว 1 พันล้านบาท ขณะที่ยังได้ผลบวกจากจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/65 มีโอกาสพลิกเป็นกำไรได้ครั้งแรกในรอบ 13 ไตรมาส


BGRIM แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า โดยมีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์ราว 350 ล้านเหรียญฯ ซึ่งทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าจะมี Fx gain ราว 350 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/65 คาดผลประกอบการฟื้นตัว จากไตรมาสก่อน เนื่องจากการรับรู้ผลบวกปรับค่า Ft ขึ้นเต็มไตรมาส


ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะเสียประโยชน์จาก “ค่าเงินบาทแข็งค่า” ประกอบด้วย 1.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออกต่างประเทศ โดยเรียงลำดับทุก 1 บาทที่แข็งค่าจะส่งผลต่อกำไรลดลง KCE ลดลง 6% และ HANA ลดลง 5%


2.กลุ่มอาหาร เนื่องจากมีรายได้ส่วนใหญ่จากต่างประเทศ โดยเรียงลำดับทุก 1 บาทที่แข็งค่าจะส่งผลต่อกำไรลดลง SUN ลดลง8%, TU ลดลง 3% และ GFPT ลดลง 2%


3.กลุ่มเกษตร เนื่องจากมีรายได้ส่วนใหญ่จากต่างประเทศ โดยเรียงลำดับทุก 1 บาทที่แข็งค่าจะส่งผลต่อกำไรลดลง NER ลดลง 3% และ GFPT ลดลง 2%


4.อุตสาหกรรมอื่น ที่ได้ผลกระทบเชิงลบจากค่าเงินบาทแข็งค่า เนื่องจากมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก ได้แก่ SMPC ประเมินทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าทำให้กำไรลดลง 8-10% MEGA ประเมินทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าทำให้กำไรลดลง 8% EPG ประเมินทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าทำให้กำไรลดลง 3-4% และTOG ประเมินทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าทำให้กำไรลดลง 4-5%


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 18 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 19 hours ago
Follow Us