ออมหุ้นตระกูล ปตท. GPSC เด่นสุด กำไรตั้ง 2 แสนบาท
สัปดาห์ที่ผ่านมา (1-5 ก.พ. 64) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกทั้ง การลดกำลังผลิตของ OPEC+ โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียที่ปรับลดกำลังผลิต 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบโลกจะลดลงสู่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปี ภายในเดือนมิ.ย. 64 รวมถึงความคาดหวังเศรษฐกิจโลกและสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัว ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง
โดยราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ช่วงไหนราคาน้ำมันขึ้นหุ้นก็ขึ้น แต่ช่วงไหนราคาน้ำมันลงราคาหุ้นก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันก็ผันผวนไปตามปัจจัยต่างๆ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หากเรา DCA หุ้นพลังงานจะเป็นอย่างไร
ซึ่งหุ้นพลังงานที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนมากที่สุดหนีไม่พ้นตระกูล ปตท. Wealthy Thai จึงทดลองทำ DCA ในหุ้นกลุ่ม ปตท. 5 ตัว ได้แก่ PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), PTTEP หรือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), GPSC หรือ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และ TOP หรือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้ผลลัพธ์ดังนี้

จากข้อมูลด้านบน พบว่า GPSC เป็นหุ้นที่ได้กำไรจากแคปปิตอลเกนมากที่สุดถึง 200,000 บาท โดยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปี 2563 กำไรปกติและกำไรสุทธิของ GPSC จะอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท และ 9.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.8% และ 91.8% ตามลำดับ ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 1/64 คาดกำไรปกติจะกลับมาฟื้นตัวตามรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านพ้นช่วง low season ในไตรมาส 4/63 มาแล้ว รวมถึงจะเริ่มรับรู้โครงการ NNEG 18 เมกะวัตต์ได้เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก แต่จะมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า GHECO-One เป็นเวลา 37 วันในเดือนม.ค. ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามประเมินภาพรวมปี 2564 กำไรสุทธิและกำไรปกติจะเพิ่มขึ้นราว 5.8% และ 7.1% มาอยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท และ 1.9 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ โดยแนะนำให้รอจังหวะสะสมเมื่อราคาหุ้นของ GPSC อ่อนตัว พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปีนี้อยู่ที่ 82 บาท เชื่อว่าราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมาเริ่มปรับตัวขึ้นสะท้อนมูลค่าพื้นฐานไปบ้างแล้ว
