โบรกฯชี้ หุ้นบิ๊กแคปโดนต่างชาติเทขายปรับพอร์ต เชื่อทั้งสัปดาห์ตลาดหุ้นส่อแววพักฐานก่อนหยุดยาว

ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยวันนี้ ยังคงอยู่ในแดนลบตั้งแต่ในช่วงปิดทำการภาคเช้า และต่อเนื่องมาในช่วงของการเปิดทำการภาคบ่าย โดยดัชนีปรับตัวลดลงต่ำสุดที่ระดับ 1,628 จุด ลดลง 12.97%  ซึ่งจากการสำรวจพบว่าหุ้นขนาดใหญ่ของไทยถูกแรงขายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน


ช่วงเช้ายันบ่ายหรืออยู่ที่ 1,633 จุด ปรับตัวลดลงจากช่วงปิดตลาดภาคเช้า 8.40 จุด  โดยแรงขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกลุ่มขนาดใหญ่อย่างไม่ทราบที่มาที่ไป ซึ่ง Wealthy Thai จะขอพาผู้อ่านไปไขข้อสงสัยกัน


โดยบริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้หรือในระยะสั้น มีโอกาสที่เกิดแรงกดดันจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลออกจากการขายปรับพอร์ตและขายทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลลบต่อกลุ่มหุ้นขนาด อาทิ กลุ่มน้ำมัน ปิโตรฯ และ โรงกลั่น


ขณะเดียวกันกลุ่มหุ้นดังกล่าวยังมีปัจจัยลบจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงหลังจากกลุ่ม OPEC+ มีมติให้ลดการผลิตน้ำมันจำนวน 2 ล้านบาร์เรลตามที่ตลาดคาดไว้ เช่นเดียวกับอียูประกาศกำหนดเพดานราคาน้ำมันดิบจากรัสเซียไว้ที่ 60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบกดดันราคาน้ำมันและหุ้นในกลุ่ม


สำหรับมุมมองตลาดหุ้นไทยทั้งสัปดาห์มีมุมมองที่เป็นกลางถึงลบ โดยให้กรอบดัชนีที่ 1,620 - 1,650 จุด ซึ่งยังคงมุมมองเดิมคล้ายกับ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าดัชนีตลาด หุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นสะท้อนปัจจัยบวกต่างๆ ไปแล้วโดยเฉพาะคาดการณ์เฟดจะชะลอขึ้นดอกเบี้ยทำให้การตอบสนองต่อข่าวบวกจะเป็นไปอย่างจำกัด


อย่างไรก็ตามคาดการลดลงของดัชนีจะไม่รุนแรงเนื่องจากยังมีปัจจัยบวกจากข่าวจีนทยอยผ่อนปรนมาตรการตรวจCOVID-19 รวมถึงภาครัฐเตรียมอนุมัติมาตรการของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนเป็นปัจจัยสนับสนุน กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นตั้งรับและนั้นหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากน้ำมันลง อาทิ โรงไฟฟ้า ค้าปลีก และกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ อาทิ ท่องเที่ยวและค้าปลีก โดยมีหุ้น Top pick สัปดาห์นี้ คือ BGRIM CENTEL และ COM7


นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลดลงและมีแรงขายในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่นั้น เป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐฯ ถึงท่าทีของการปรับขึ้นนโยบายอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป


หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อและตัวเลขดัชนีภาคบริการและตัวเลขการจ้างงานของเดือนพฤศจิกายนออกมาสูงกว่าคาด ซึ่งประเมินว่าแรงเทขายที่เกิดขึ้นจะเริ่มนิ่งลงได้ หลังจากผ่านพ้นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ในสัปดาห์หน้าหรือในวันที่13-14 ธันวาคม


จึงคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้จะยังคงแกว่งตัวและมีโอกาสที่จะพักฐานลงต่อ แต่จะปรับตัวลงไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุนและประกอบกับแรงเก็งกำไรของนักลงทุนจะเบาบางลง เพราะจะเข้าสู่ช่วงวันหยุด


ประเมินว่ากรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีแนวรับที่ 1,620 และ แนวต้านที่ 1,650 จุด ส่วนกลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำธีมการลงทุน Domestic Play หรือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ อย่าง COM7 ,CRC และ BEC รวมถึงหุ้นที่จะได้รับประโยชน์หากจีนผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 อย่าง SCGP

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 1 day ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 15 hours ago
Follow Us