Official Update :

จุดเปลี่ยน 3 ข้อที่ Elon Musk กำลังดัน Bitcoin เป็นเงินสำคัญของโลก

หลังที่ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ทำสิ่งที่อยู่ในจินตนาการให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าเป็นจะรถที่ไม่ต้องใช้น้ำมันอย่างรถพลังงานไฟฟ้า (EV) ทั้งรุ่น X,S,3 โดยเฉพาะการทุ่มทำตลาดในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถ EV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก การทำ SpaceX สำหรับการเตรียมตัวไปอยู่ดาวอังคารของมนุษยโลก รวมถึงเรื่องใกล้ตัวของคนไทยอย่างการให้ความช่วยเหลือโดยการส่ง Escape Pod นำทีมหมูป่าออกจากถ้ำเขานางนอน ในช่วงกลางปี 2561 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ Elon Musk ขึ้นแท่นเศรษฐีที่รวยเป็นอันดับ 1 ของโลก ดังนั้นไม่ว่า Elon Musk จะเคลื่อนไหวอะไรก็เป็นที่ฮือฮา เป็นปรากฎการณ์ใหม่ในโลกการลงทุนเสมอ


โดยล่าสุดทาง Tesla แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (U.S. Securities and Exchange Commission) ว่า บริษัทประกาศเข้าซื้อ Bitcoin ด้วยเงิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นทำสถิติใหม่สูงสุด (New High) ที่ 44,200 ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์เพิ่งจะมีการตั้งข้อสังเกตว่าราคา Bitcoin จะกลายเป็นภาวะฟองสบู่การลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีหรือไม่


สำหรับการเข้าซื้อ Bitcoin ของ Elon Musk จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ 3 ประการที่ Wealthy Thai ตั้งข้อสังเกตไว้ ดังนี้  

1.ใช้ Bitcoin ในการแลกเปลี่ยนสินค้า 

ไม่ใช่เพราะว่าเขาทุ่มซื้อเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีด้วยมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ Elon Musk จะใช้เงินสกุล Bitcoin แทนเงินสดของบริษัทไปเลย และยังเปิดให้ “ซื้อรถ Tesla” ซื้อขายด้วยเงิน Bitcoin


เพราะที่เรารู้กันคือมีแต่คนซื้อคนเก็งกำไร Bitcoin แต่ Elon Musk น่าจะเป็นคนแรกของโลกที่จะใช้เงิน Bitcoin ในบริษัทจดทะเบียนจริงๆ จังๆ และเปิดให้คนทั่วไปซื้อรถ Tesla ด้วยเงิน Bitcoin อีกต่างหาก


2.สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่เทรดคริปโทเคอร์เรนซี่

สิ่งที่ Elon Musk ทำนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำการใช้เงินคริปโทเคอร์เรนซีด้วยความเชื่อมั่น ทางธนาคารกลางทั่วโลก หรือ Regulator คงกุมขมับกันแล้ว เพราะปัจจุบันยังไม่มีสินทรัพย์มาแบ็คอัพ Bitcoin จึงเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูง


3.จุดไฟให้ Regulator ทั่วโลกต้องทบทวนเกณฑ์เงินสกุลดิจิทัล

นอกจาก Elon Musk จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนแล้ว ไมล์สโตนครั้งนี้ของ Tesla น่าจะเป็นกรณีศึกษาให้ Regulator ทั่วโลกปรับและเปลี่ยนกฎเกณฑ์กันได้แล้ว!!!!!!!! เพราะในโลกการลงทุนอะไรๆ ก็เกิดได้


ด้านนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้าซื้อ Bitcoin ของ Tesla เป็นเส้นทางการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินทรัพย์บางประเภท เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากเราไปย้อนดูในอดีตจะเห็นว่า ในอดีตมีการยอมรับการใช้เงิน Bitcoin ในบริษัทที่ทำธุรกรรมสำคัญระดับโลก เช่น Paypal ที่เปิดรับชำระเงินคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงเดือนต.ค.63 ซึ่งต้องบอกว่าขณะนั้นราคา Bitcoin อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันพอสมควร


การปรับขึ้นของราคา Bitcoin หลักๆ มาจาก 1.ความต้องการในการเก็งกำไร และ 2.ได้รับความเชื่อมั่นและเริ่มมีบทบาทในฐานะสกุลเงินหนึ่งหรือการรักษามูลค่าก็ตามที ดังนั้นการตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin ของ Tesla มองว่าเป็นการกระจายความเสี่ยง เนื่องจาก “ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ” ในปีนี้มีแนวโน้มอ่อนค่า ดังนั้นสินทรัพย์ของ Tesla ที่อยู่ในรูปเงินดอลลาร์จะมีความเสี่ยงการอ่อนค่าตามค่าเงินดอลลาร์ วิธีการที่จะป้องกันความเสี่ยงหรือหักล้างความเสี่ยงคือ การซื้อสินทรัพย์บางประเภท ซึ่งมันจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงข้ามกับดอลลาร์ ดังนั้นตัว Bitcoin จะเป็นสกุลเงินที่มีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ได้ ดังนั้นหลักๆ ที่ Elon Musk เข้ามาซื้อ Bitcoin ก็น่าจะต้องการกระจายความเสี่ยงและปกป้องสินทรัพย์ของบริษัทจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากๆ ของรัฐบาลสหรัฐ


นายกิจพณกล่าวเพิ่มเติมว่า และประเด็นสุดท้ายคือ ในอนาคตหาก Tesla จะมีการรับชำระค่าบริการสินค้าเป็นสกุลเงิน Bitcoin ได้ ทาง Tesla ก็จะต้องมี Bitcoin ในปริมาณหนึ่งเสียก่อน ซึ่งประเด็นนี้ขอให้น้ำหนักน้อยที่สุด หลักๆ น่าจะเป็น 2 เหตุผลแรกมากกว่า



การใช้เงิน 
Bitcoin จะส่งผลให้ Regulator ทั่วโลกต้องทบทวนเกณฑ์หรือไม่?


นายกิจพณให้คำตอบกับ Wealthy Thai ว่า ต้องบอกว่าเงิน Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ไม่สามารถรวมศูนย์ได้ เนื่องจากมีนักลงทุนมองว่านโยบายการเงินของธนาคารกลางในหลายๆ ครั้ง สร้างผลกระทบทำให้สกุลเงินอ่อนค่า ซึ่งถ้ามองภาพรวมสำหรับประชาชนทั่วไปก็ถือว่าไม่ได้เป็นผลดี เมื่อเงินอ่อนค่าลง จึงมีการสร้างสกุลเงินที่ “ไม่ถูกควบคุมโดยธนาคารกลาง”  พวกดิจิทัล แอสเซ็ท หรือคริปโทเคอร์เรนซีต่างๆ จึงเกิดขึ้นมา


ปัญหาของคริปโทเคอร์เรนซีคือการที่ไม่ถูกควบคุมโดยธนาคารกลาง แม้ข้อดีคือจะรักษามูลค่าราคาเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีได้ดี แต่ในด้านกลับกัน บทบาทของการที่ธนาคารกลางจะเพิ่มหรือลดปริมาณเงินในระบบ หรือเรียกว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารเศรษฐกิจ มีข้อเสียคือเมื่อมีปัญหาว่าธนาคารกลางไม่สามารถควบคุมได้ จะมีปัญหาคือ ไม่สามารถควบคุมการไหลเข้าออกของสกุลเงินทั้งในและต่างประเทศได้ ทิศทางของธนาคารกลางส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยชอบ Bitcoin เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้


“อย่างไรก็ตามในระยะยาวสุดท้ายอาจจะต้องมาคุยถึงกรอบว่า เงินสกุลเงินดิจิทัลจะมีบทบาทได้ในระดับไหนที่ธนาคารกลางมองว่า คริปโทเคอร์เรนซีเป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี แต่ไม่กระทบกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมากจนเกินไป” นายกิจพณกล่าว

มันนี่ monster

อดีตผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ-ตลาดทุน หนังสือพิมพ์ย่านประชาชื่น ชอบเล่าเรื่องหุ้นให้พ่อฟัง สนใจเรื่อง behind the Scene ของนักธุรกิจ มีความฝันอยากเขียนเรื่องการลงทุนให้ผู้อ่าน (ที่รัก) ได้เข้าใจแบบง