STARK ราคาร่วง ทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังดีลซื้อกิจการ 2 หมื่นล้านบาทล่ม! แต่ได้เงินเพิ่มทุนไปแล้วกว่า 5,580 ล้านบาท
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ STARK หรือ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วันนี้ (14 ธ.ค. 65) ปรับตัวลดลง ซึ่งล่าสุดราคาอยู่ที่ระดับ 3 บาท ปรับตัวลดลงถึง 6.83% จากราคาปิดวันก่อนหน้า
อีกทั้งระหว่างวันราคายังดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 2.96 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี หลังบริษัทประกาศล่มดีลเข้าซื้อหุ้น LEONI Kabel GmbH มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท
ดับฝันการเป็น ผู้ผลิตสายไฟสำหรับ EV charging เบอร์หนึ่งของโลก
เรียกได้ว่าเป็นการดับฝันที่ STARK เคยว่าเอาไว้ว่าจะเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตสายไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ (Automotive cable) และสายไฟสำหรับ EV charging solutions ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะ Business Group Automotive & EV cable (BG AM) ในชื่อบริษัท LEONI Kabel ซึ่งบริษัทย่อยของ LEONI AG (LEONI) ดำเนินธุรกิจผลิตสายไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ (Automotive cable) และสายไฟสำหรับ EV charging solutions ใหญ่ที่สุดในโลกมียอดขายปี 64 ประมาณ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ
โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศเยอรมันและโรงงานผลิต 10 แห่งใน 7 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ เยอรมัน,โปแลนด์,สโลวาเกีย,ฮังการี,ตุรกี,เม็กซิโก และจีน โดยมี end-users เป็น OEM ผู้ผลิตรถยนต์สันดาป และรถ EV แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกทั้งค่ายยุโรป,อเมริกัน,ญี่ปุ่น และจีน
บริษัท ระบุว่า ตามที่ได้ออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,500,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาเสนอขายสุดท้ายที่ราคาหุ้นละ 3.72 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด โดยมีผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนรวม 12 ราย และจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
บริษัทได้รับเงินจากการเพิ่มทุน 5,580,000,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการชำระค่าซื้อหุ้นตามสัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างบริษัท กับ LEONI AG และ LEONI Bordnetz-Systeme GmbH เพื่อเข้าถือหุ้นใน LEONI Kabel GmbH ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่จดทะเบียน ภายใต้กฎหมายของประเทศเยอรมนีและ LEONIsche Holding Inc ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของรัฐ เดลาแวร์ ในสัดส่วน 100% ของหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทเป้าหมาย โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 560 ล้านยูโร หรือประมาณไม่เกิน 20,572.89 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์ต่าง ๆ และมีการเปลี่ยนแปลงในทางลบหลายประการ อีกทั้งข้อมูลที่บริษัทได้รับ ณ เวลาที่ได้เข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานการณ์ทางการเงินโดยรวมของบริษัท เป้าหมาย
รวมถึงยังส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในการเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าในวันที่คู่สัญญาได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น บริษัทจึงได้ตัดสินใจเพิกถอนสัญญาซื้อขายหุ้นและธุรกรรมการซื้อขายหุ้น อันเป็นการใช้สิทธิของบริษัทในฐานะผู้ซื้อภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้นและสิทธิตามกฎหมาย
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงมีความเห็นว่าต้องมีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และแบบแผนการใช้เงินเพิ่มทุนของบริษัท เนื่องจากวัตถุประสงค์และแผนการใช้เงินเพิ่มทุนเดิมมีข้อจำกัดและมีสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เงินเพิ่มทุนต้องสูญเสียโอกาสในการเพิ่มมูลค่าและเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและผู้ถือหุ้น คือ การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และแผนการใช้เงินเพิ่มทุนเพื่อให้บริษัทสามารถนำเงินทุนไปใช้ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่นเพิ่มเติมจากที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทได้เคยอนุมัติไว้ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทอยู่ในระหว่างการพิจารณากำหนดวัตถุประสงค์และแผนการใช้เงินเพิ่มทุนใหม่เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น และจะนำผลการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
