ย้อนรอย 8 บิ๊กล็อตก้อนโต! สะเทือนขวัญรายย่อย ของบจ.ไทยปี 65
วันนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมข้อมูลหุ้นที่มีการซื้อขายบิ๊กล็อต (Big Lot) มาฝากนักลงทุน โดยบทความนี้ได้คัดเลือกหุ้นที่มีการซื้อขายบิ๊กล็อตที่มูลค่าอยู่ในระดับสูง นับจากต้นปี 2565 จนถึงวันที่ 19 ธ.ค.2565 ซึ่งจะมีหุ้นตัวไหนบ้าง ไปหาคำตอบด้วยกันเลย
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า Big Lot คือ การซื้อขายปริมาณตั้งแต่ 1 ล้านหุ้น หรือมูลค่าซื้อขาย ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป รวมทั้งเฉพาะกระดานการซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ (Trade Report – Big Lot) โดยไม่รวม Trade Report แบบอื่น ๆ ซึ่งราคาซื้อขายเป็นไปตาม Ceiling & Floor ของหลักทรัพย์หลักยกเว้นกรณีควบรวมกิจการ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น (ทำ Tender Offer ) ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากตลท. ต้องรายงานให้ตลท.ทราบทันทีที่ทำรายการเสร็จ ในกรณีขนาดของรายการเกิน 25% ของทุนจดทะเบียน หรือ ทำให้ผู้ซื้อถือครองหลักทรัพย์ถึง 25%, 50%, 75%
จากการรวบรวมของ Wealthy Thai พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนได้ซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่อย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้ได้หยิบยกหุ้นยอดนิยมของนักลงทุน ที่มีมูลค่าซื้อขายก้อนใหญ่ของวันนั้นๆ มาฝากนักลงทุน ซึ่งในแต่ละวันก็มีเหตุการณ์บิ๊กล็อตที่แต่ต่างการออกไป ไม่ว่าจะเป็น BH, MAKRO, ONEE, INTUCH, BDMS, TLI, DIF และ AWC
หากนักลงทุนจำได้ดีเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 65 BDMS มีบิ๊กล็อต จำนวน 149,000,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 24.60 บาท มูลค่ารวมสูงถึง 3,665.40 ล้านบาท ถัดมาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 65 BH ก็ไม่น้อยหน้ามีบิ๊กล็อตก้อนใหญ่ จำนวน 71,947,100 หุ้น ราคาเฉลี่ย 151.50 บาท มูลค่าสูงถึง 10,899.98 ล้านบาท
และเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 65 จำนวน 62,379,806 หุ้น มูลค่า 11,103.95 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 178.01 บาท ซึ่งภายหลังพบว่าหลังนายสาธิต วิทยากร ประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ PRINC เป็นผู้ทำรายการ และไม่เหลือการถือหุ้นใน BH เลย
ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 65 DIF และ DIF-F มีบิ๊กล็อตก้อนใหญ่ โดย DIF มีจำนวน 119,120,000 หุ้น มูลค่า 1,584.29 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 13.30 บาท ส่วน DIF-F มีจำนวน 180,880,000 หุ้น มูลค่า 2,405.70 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 13.30 บาท ซึ่ง TRUE เปิดเผยว่า ได้ขายหน่วยลงทุนใน DIF จำนวน 300 ล้านหน่วย สัดส่วน 2.82% ให้แก่นักลงทุน
ส่วนวันที่ 5 ก.ค. 65 INTUCH มีบิ๊กล็อตก้อนใหญ่ เช่นกัน จำนวน 45,589,854 หุ้น มูลค่า รวม 3,108.77 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 68.19 บาท ซึ่ง GULF เป็นผู้เข้าซื้อบิ๊กล็อตดังกล่าว
อีกหนึ่งหุ้นที่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้ คือ MAKRO เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 65 มีบิ๊กล็อตก้อนใหญ่ จำนวน 160,000,000 หุ้น มูลค่า 6,040 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 37.75 บาท โดยภายหลังพบว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด เป็นเป็นจำหน่ายให้กับ Credit Suisse AG Singapore Branch
ขณะที่เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 65 มีบิ๊กล็อตปริศนาก้อนใหญ่ของ TLI จำนวน 200,000,000 หุ้น มูลค่ารวม 2,640 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 13.20 บาท แต่อย่างไรก็ตามในภายหลังยังไม่ได้มีการระบุออกมาเป็นทางการจากบริษัทว่าบิ๊กล็อตดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมจากฝ่ายใด
ต่อมาวันที่ 14 ธ.ค. 65 พบบิ๊กล็อต ONEE จำนวน 357,000,000 หุ้น มูลค่า 3,034.50 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 8.50 บาท ซึ่งแพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ONEE เป็นผู้ทำรายการ โดยขาย ให้แก่ผู้ลงทุนในวงจำกัด เหลือถือ 25% และยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ล่าสุด AWC มีบิ๊กล็อตตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.65 จำนวน 197,128,600 หุ้น มูลค่า 1,211.87 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 6.15 บาทและวันที่ 19 ธ.ค.2565 วันนี้มีบิ๊กล็อต AWC ซื้อขายสูงสุด 2,170.00 ล้านบาท จำนวน 350,000,000 หุ้น ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 6.20 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 2 วัน ที่ 3,381.87 ล้านบาท

