โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช หรือ MASTER “ศัลยกรรมความงามครบวงจร” กำลังเข้าตลาดหุ้น
ความสวย ความงาม เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ทำให้หุ้นกลุ่มนี้มีกระแสนิยมกันอย่างคับคั่ง ดังนั้นคอลัมน์ Next IPO ประจำวันอังคารในครั้งนี้ และถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของปี 2566 ทาง Wealthy Thai ได้มีอีกหนึ่งหุ้น IPO ธุรกิจความงาม ที่เตรียมจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อย่างบริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER มาฝากนักลงทุน
จากการสำรวจข้อมูลในไฟลิ่งดูเหมือนว่า MASTER จะมีความแตกต่างจากหุ้นความงามอื่นๆ ที่เข้า IPO ไปก่อนหน้า โดยภาพธุรกิจความงามของ MASTER ถือว่าเป็นที่สุดไปแล้ว เพราะนับเป็นปลายทางของความสวยงาม เนื่องจาก ไม่ว่าจะผ่านการตกแต่งด้วยอะไรก็แล้วแต่ การทำ “ศัลยกรรม” ก็คือคำตอบสุดท้ายในแวดวงความงามแล้วจริงๆ
ในการถอดโครงสร้างธุรกิจของ MASTER เราพบว่า เป็นผู้ประกอบการกิจการสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงามครบวงจรภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช” ซึ่งก่อตั้งโดยนายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ให้บริการด้านการศัลยกรรมครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านการศัลยกรรม
อาทิเช่น ศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมยกคิ้วและกรอบหน้า ศัลยกรรมหน้าอก ศัลยกรรมดูดไขมันปรับรูปร่าง ศัลยกรรมตา ศัลยกรรมปรับโครงสร้างรูปหน้า เป็นต้น รวมถึงการปลูกผม ดูแลเส้นผม และให้บริการดูแลผิวพรรณและเลเซอร์ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้รับมาตรฐานระดับสากล โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชมีแพทย์ 41 ราย บุคลากร 533 ราย และพื้นที่ให้บริการ 4,267 ตารางเมตร
ขณะที่บริษัทเปิดให้บริการมากกว่า 9 ปี เริ่มจากคลินิกเสริมความงาม จนพัฒนาและยกระดับเป็นโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถด้านศัลยกรรมหลากหลายสาขาวิชาจนสามารถใช้ประสบการณ์ด้านการวินิจฉัย รักษา และผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยส่งผลให้ครอบคลุมการให้บริการศัลยกรรมความงามแบบครบวงจร
ทั้งนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2562-2564) ผลงานมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2562 – 2564 และ 9 เดือนปี 2565 มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 414.03 ล้านบาท 611.06 ล้านบาท 659.51 ล้านบาท และ 1,011.14 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 47.59 ร้อยละ 7.93 และร้อยละ 133.99 ตามลำดับ
หากสำรวจสัดส่วนรายได้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น รายได้ส่วนใหญ่จะมาจาก “ศัลยกรรม” ไม่ว่าจะเป็น ศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมหน้าอก ศัลยกรรมดูดไขมัน ศัลยกรรมยกคิ้ว และศัลยกรรมอื่นๆ ประกอบด้วย ศัลยกรรมตา ศัลยกรรมยุบโหนกตัดกราม และศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง เป็นต้น
โดยงวด 9 เดือน มีสัดส่วนรายได้จาก “ศัลยกรรม” อยู่ที่ระดับ 79.62% ขณะที่รายได้จากกลุ่มอื่นๆ อย่างรายได้จากการดูแลผิวพรรณ อยู่ที่ 6.74% รายได้จากการปลูกผมและดูแลเส้นผม อยู่ที่ 6.78% และรายได้จากการดูแลหลังจากศัลยกรรม อยู่ที่ระดับ 4.43%
ส่วนตัวเลขกำไรสุทธิก็เช่นกัน มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 – 2564 และ9 เดือนปี 2565 มีกำไรสุทธิ 61.25 ล้านบาท 128.55 ล้านบาท 162.80 ล้านบาท และ 222.22 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 14.66 ร้อยละ 20.89 ร้อยละ 23.59 และร้อยละ 21.86 ตามลำดับ
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 โรงพยาบาลฯ มีอัตราการให้บริการเท่ากับ 92.99% เป็นผลมาจากจำนวนเคสผ่าตัดศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 และโรงพยาบาลฯ ได้เพิ่มชั่วโมงการใช้ห้องผ่าตัดจากเดิม 12 ชั่วโมงต่อวัน เป็น 15 ชั่วโมงต่อวัน
ด้านกลุ่มลูกค้าของบริษัท จะมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ กลุ่มลูกค้าอายุน้อยกว่า 25 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ทำศัลยกรรมครั้งแรก โดยนิยมทำศัลยกรรมพื้นฐาน เช่น ศัลยกรรมเสริมตาสองชั้น ศัลยกรรมเสริมจมูก
ต่อมากลุ่มลูกค้าในช่วงอายุ 25-50 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ นิยมในการทำศัลยกรรมมีหลากหลายในทุกรูปแบบ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเน้นเสริมความงาม เพิ่มความมั่นใจให้แก่ตนเอง สุดท้ายกลุ่มลูกค้าในช่วงอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ ส่วนใหญ่จะเน้นการศัลยกรรมเพื่อคงสภาพเดิมของใบหน้าและร่างกาย
อย่างไรก็ตามการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การใช้เงิน คือ 1. ปรับปรุงอาคารและห้องผ่าตัดบนพื้นที่โรงพยาบาลเดิม ทั้งเพิ่มห้องผ่าตัด สำหรับการทำศัลยกรรม จำนวน 10 ห้อง เพิ่มเตียงผู้ป่วยใน สำหรับพักค้างคืน 10 เตียงเพิ่มเตียงพักฟื้น จำนวน 12 เตียง ขยายศูนย์บริการต่างๆ เช่น ศูนย์ดูแลผิวพรรณ ศูนย์ปลูกผมและดูแลเส้นผม เป็นต้น
2.จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการศัลยกรรม (Surgery) การปลูกผมและดูแลเส้นผม (Hair) และบริการดูแลผิวพรรณและเลเซอร์ (Skin)
3.เงินลงทุนสำหรับก่อสร้างและปรับปรุงอาคารบนพื้นที่เช่าโฉนดที่ดินเลขที่ 494 12862 และ 12863 เพื่อขยายพื้นที่ศูนย์บริการ เช่น ศูนย์ดูแลเส้นผม ศูนย์ดูดไขมัน ศูนย์ตา และศูนย์สุขภาพชาย เป็นต้น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และสำนักงาน และ4. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
โดยมีแผนขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 65,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 27.08% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ซึ่งหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้
ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 50,000,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 20.83% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย In Glory Investments Limited ไม่เกิน 15,000,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 6.25% ทั้งนี้มีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจบริการ

