ลุ้น Fund flow ไหลต่อ ดันดัชนีแตะ 1,700 จุด แนะ 5 หุ้นรับ อานิสงส์ Bond yield อ่อนตัว
ตลาดยังคงได้แรงหนุนจาก Fund flow ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่องตามคาดการณ์ FED ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว (US Bond yield ปรับตัวลง ) รวมถึงการเปิดประเทศของจีนจะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตามภาวะ Overbought ตามสัญญาณเทคนิคจะกดดันให้ดัชนีมีความผันผวน
กลยุทธ์การลงทุน Selective Buy ในหุ้น AOT AAV BA CENTEL ERW MINT AWC SHR CPALL SPA PTTGC SCGP CBG AMATA EKH MEGA KISS อานิสงส์จีนเปิดประเทศ ,COM7 SYNEX CRC CPN HMPRO GLOBAL DOHOME M AU อานิสงส์มาตรการ “ช็อปดีมีคืน” และ MTC SAWAD KTC AEONTS ASK KCE HANA อานิสงส์ Bond yield อ่อนตัวลง
หุ้นแนะนำวันนี้ ADVANC (ปิด 203 ซื้อ/เป้า 203 บาท) เป็นหุ้น Big Cap ที่ราคายัง Laggard ขณะที่ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว เบื้องต้นคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/65 ที่ 6,598 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้าแต่ลดลง 4%จากช่วงเดียวกันปีก่อน
JMT (ปิด 68.25 ซื้อ/เป้า BB Consensus 80.8 บาท) แนวโน้มผลประกอบการยังเติบโตดีตามการเรียกเก็บหนี้ที่ทำได้เพิ่มขึ้นหลังกิจกรรม ศก. ในประเทศเริ่มฟื้นตัวไตรมาส 4/65 เริ่มรับรู้รายได้จาก JKAM ขณะที่แรงกดดันจากผลขาดทุนในธุรกิจประกันโควิดลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกปี 65
ประเด็นสำคัญวันนี้ กลุ่มโรงไฟฟ้าศาล รธน. ตัดสินรัฐให้เอกชนร่วมผลิตไฟฟ้าเกิน 51%ไม่ขัดรัฐธรรมนูญเป็นข่าวดีต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าภาคเอกชนเนื่องจากสัดส่วนและเพดานการผลิตจะยังคงเดิมนับเป็นการปลดล็อก Overhang โดยเฉพาะหากตัดสินว่าการผลิตดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญจะทำให้ภาคเอกชนต้องลดสัดส่วนการผลิตเป็นการจำกัดการเติบโต หรือ MW Growth ในอนาคต
ขณะเดียวกันน้ำมันดิบฟื้นตัวจากดอลลาร์อ่อนค่าและคาดหวังดีมานด์จากจีนเพิ่ม โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 86 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 74.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ Dollar Index ยังลดลงต่อเนื่อง และนักลงทุนยังคาดว่าการเปิดประเทศของจีนตั้งแต่ 8 ม.ค. จะทำให้ดีมานด์ด้านพลังงานเพิ่มขึ้น
สุดท้ายตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐยังลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าในช่วง 1 ปีข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับ 5.0% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2564 และต่ำกว่าระดับ 5.2% ที่มีการสำรวจในเดือนพ.ย. ขณะเดียวกันผู้บริโภคคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะ 3 ปีข้างหน้าที่ระดับ 3.0% และระยะ 5 ปีข้างหน้าที่ระดับ 2.4%
