3 หุ้นลีสซิ่ง กำลังโดดเด่น กูรูแนะ! ลงทุน “มากกว่าตลาด”
ช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่ม Finance ได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของธุรกิจโดยตรง แต่ปัจจุบันนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าต้นทุนทางการเงินอาจปรับตัวขึ้นน้อยกว่าคาด จากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และ CPI ไทยมีทิศทางดีขึ้น
ทั้งนี้ทำให้ความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดลง ประกอบกับทิศทางหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เริ่มดีขึ้น และสินเชื่อมีแนวโน้มขยายตัวสูงต่อเนื่อง ทำให้หุ้นในกลุ่ม Finance อย่าง TIDLOR, SAWAD, MTC กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
โดยบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ปรับคำแนะนำกลุ่ม Finance ขึ้นเป็น “มากกว่าตลาด” จากเดิม “เท่ากับตลาด” เพื่อสะท้อนแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีขึ้นจาก 1. ต้นทุนทางการเงินที่จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ตามแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และ CPI ไทยที่มีทิศทางดีขึ้น สะท้อนถึงการผ่านจุดสูงสุด และความจำเป็นต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธปท. ที่ลดลง โดยคาดธปท. จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเป็น 2.0% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
ทั้งนี้ ประเมินว่าต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอ จะส่งผลบวกเรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ TIDLOR, SAWAD และ MTC อิงปริมาณการออกหุ้นกู้ที่ต่ำและอายุหุ้นกู้ คงเหลือที่น้อย
2.การเพิ่มขึ้นของ NPL ในอัตราที่ลดลงตั้งแต่ไตรมาส 2/66 และ 3. แนวโน้มสินเชื่อที่คาดจะยังขยายตัวต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตามภาคการท่องเที่ยว หลังรัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการ zero COVID ยังเป็นปัจจัยที่เข้ามาช่วยสนับสนุนแนวโน้มของกลุ่มฯ อีกด้วย
ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับคำแนะนำการลงทุนขึ้นเป็น “มากกว่าตลาด” เพื่อสะท้อนความเสี่ยงต่างๆ ที่เริ่มคลี่คลาย อีกทั้งราคาหุ้นที่คาดว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยราคาหุ้นในกลุ่ม Finance (Auto backed) ที่ออกบทวิเคราะห์ปรับตัวลงเฉลี่ยถึง 19% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับราคาเป้าหมายของหุ้นในกลุ่ม Finance (Auto backed) ขึ้น โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ ดังนี้
MTC แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 44 บาท,
SAWAD แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 62 บาท
และ TIDLOR แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 38 บาท
ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์เลือก TIDLOR เป็น Top pick จากแนวโน้มสินเชื่อที่ขยายตัวต่อเนื่อง, มีความสามารถในการบริหารจัดการ NPL รวมทั้งมีระดับสำรองที่ 272% สูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นที่อยู่ที่เพียง 80%
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2566 ของ TIDLOR บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 4/65 จะขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่จะปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเป็นปกติ และรับรู้ credit cost ที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้จึงคงกำไรสุทธิปี 2565 ที่ 3.8 พันล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน ส่วนปี 2566 คาดกำไรสุทธิที่ 4.8 พันล้านบาท เติบโต 25% ซึ่งเป็นผลของ 1. สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 21% จากการเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้งาน TIDLOR Card และการออกแคมเปญ “เครดิตเสีย ซ่อมได้” ที่หนุนให้ลูกค้ามารีไฟแนนซ์มากขึ้น
2.รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว 28% จาก insurance premium ที่สูงขึ้น ตามแคมเปญ “ประกันภัย 0% 10 เดือน” และสัดส่วนยอดขายประกันภัยชั้น 1 ที่เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50% ของยอดขายประกันรวม อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า 3. NPL ปรับขึ้นเป็น 1.6% ตามความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ที่ลดลง ทำให้ 4. credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 1.8% โดยให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 32 บาท
ส่วน SAWAD หรือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า ประเมินกำไรปกติในไตรมาส 4/65 จะปรับตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีการกลับรายการค่าใช้จ่ายสำรอง ขณะที่สินเชื่อจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สังเกตจากยอดขายรถจักรยานยนต์เดือนต.ค. 2565 ที่ขยายตัวดีที่ 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนปี 2566 คาดกำไรปกติที่ 4.7 พันล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อน จากสินเชื่อที่ขยายตัว 17% ซึ่งสามารถชดเชยกับ loan yield ที่จะลดลง และ cost to income เพิ่มขึ้นตามการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อที่สูงขึ้น แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 53 บาท
ขณะที่ MTC หรือ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 4/65 ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 8.1% จากไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเติบโตตามสินเชื่อที่คาดว่าไตรมาส 4/65 จะเป็นไตรมาสที่สินเชื่อของ MTC เติบโตสูงที่สุดในรอบปี และทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นไปด้วย ถึงแม้จะคาดว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
ส่วนปี 2566 คาดกำไรจะอยู่ที่ 5.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน ถึงแม้ว่าการตั้งสำรองจะเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนมาก ตามการเพิ่มขึ้นของ NPL แต่สินเชื่อยังเติบโตสูง ยังทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมากกว่า และยังทำให้กำไรเติบโตได้ แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 47 บาท

