Official Update :

จับตา 4 หุ้นดาวเด่นกลุ่มรับเหมาฯ ลุ้นข่าวดีรัฐเคาะโครงการใหญ่ 5 แสนล้านบาท

ในปี 2566 ถือเป็นปีที่ใครหลายๆคนจับสถานการณ์การเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ด้วยสัญญาณต่างๆ ที่ถูกส่งออกมาไม่ว่าจะเป็น กกต. ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ,การประกาศใช้กฎหมายลูกเลือกตั้งทั้งสองฉบับ ,การประชุมสภาที่ส่อแววล่มมาโดยตลอด และอาจนำไปสู่การยุบสภา


อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าจะมีการเลือกตั้งที่จ่อเข้ามาเรื่อยๆ แต่รัฐบาลชุดเก่าเองก็ยังคงส่งแผนการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเตรียมนำแผนงานโครงการด้านทรัพยากรน้ำ อย่างน้อย 6 โครงการ เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในเร็ว ๆนี้ รวมงบประมาณและเงินกู้ ที่จะดำเนินการระหว่างปี 2567 - 2571 วงเงิน 155,087 ล้านบาท


ดังนั้นจึงทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนกลุ่มเหมาก่อสร้าง หรือเริ่มตั้งคำถามขึ้นจะเป็นเวลาที่จะเข้าลงทุนในกลุ่มดังกล่าวหรือไม่ ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบความคิดเห็นและมุมมองการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ


โดยบทวิเคราะห์จาก บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้มุมมองว่า การเร่งอนุมัติโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน ก่อนการหมดวาระของรัฐบาลปัจจุบัน เป็นประเด็นติดตาม นอกจากโครงการเดิมที่ภาครัฐพยายามผลักดัน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย / รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเฟส 2 รถไฟทางคู่เฟส 2 ฯลฯ วงเงินโดยรวม 5 แสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณบริหารจัดการน้ำค่อนข้างมีความสำคัญและมีความจำเป็นค่อนข้างมากซึ่งติดตามการประชุมครม. ในทุกครั้ง อาจมีโครงการที่ภาครัฐมีการอนุมัติได้ทันก่อนการหมดวาระ


ทั้งนี้ให้น้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด คาดก่อนหมดวาระของรัฐบาลปัจจุบัน คาดว่ามีโอกาสเห็นการอนุมัติโครงการ 1-2 โครงการเป็นอย่างน้อย ขณะที่คาดหลังการเลือกตั้ง จะเห็นรัฐบาลชุดใหม่ให้ความสนใจการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจ


ขณะที่ระหว่างปีอาจมีความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ต่างจากผลประกอบการในปี 2566 ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 ซึ่งเกิดจากความคืบหน้าของงานใหม่ของกลุ่มที่ได้รับก่อนหน้าทั้งจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย รถไฟ ทางคู่ งานทางด่วน ฯลฯ


ดังนั้นแนะนำนักลงทุนที่สนใจให้เริ่มทยอยสะสม โดยมีหุ้นที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย CK ราคาเป้าหมายที่ 28 บาท , STEC ราคาเป้าหมายที่ 15 บาท ,PYLON  ราคาเป้าหมายที่ 5.10 บาท และSEAFCO ราคาเป้าหมายที่ 4.30 บาท


โดย CK แม้ระยะสั้นระดับราคาอาจมีผลกระทบจากผลประกอบการไตรมาส 4/65 ที่อาจไม่สดใส อย่างไรก็ดีมีปัจจัยหนุนการเพิ่มขึ้นของงานในมือ จากโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างเซ็นสัญญา จากรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนต่อขยายและงานหลวงพระบาง


ขณะเดียวกันยังมีงานโครงการอื่นที่คาดมีโอกาสเข้าประมูลและมีโอกาสได้รับงาน เช่น งานทางด่วนกระทู้-ป่าตองวงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท และโครงการทางพิเศษขั้นที่ 2 วงเงินก่อสร้าง 3.5 หมื่นล้านบาท จึงประมาณการกำไรปกติของ ปี 2566 ที่ 1.2 พันล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 29% และให้ราคาเป้าหมายที่ 28 บาท


ด้าน STEC คาดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบเริ่มคลี่คลายตามทิศทางเดียวกับเงินเฟ้อ ขณะที่ปัญหาคนงานขาดแคลน ที่ได้รับการแก้ไขสามารถนำเข้าแรงงานต่างประเทศได้ ทำให้ความคืบหน้าของงานทำได้เป็นปกติ คาดผลประกอบการในปี 2566 จะกลับมาฟื้นตัวและเติบโต คาดกำไรปกติที่ 923 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 33% มาจากการรับรู้รายได้ 3.3 หมื่นล้านบาท  จึงให้ราคาเป้าหมายที่ 15 บาท


ขณะที่ PYLON บทวิเคราะห์ของบล.กสิกรไทย ให้คำแนะนำ “ถือ” และลดราคาเป้าหมายเป็น 4.97 บาท โดยปัจจัยเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้น ได้แก่ ความต้องการสำหรับโครงการอาคารสูงที่เพิ่มขึ้น ,ส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงขึ้นของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและการแข่งขันด้านการประมูลที่รุนแรงน้อยลง สำหรับประมาณกำไรปี 2566 อยู่ที่ 166 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 43%


สุดท้าย SEAFCO บทวิเคราะห์บล. เอเซีย พลัส ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 4.92 บาท ถึงแม้ว่าผลประกอบการงวดไตรมาส 4/65 จะยังคงขาดทุน แต่ก็เป็นการขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสําคัญพร้อมกับเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่เริ่มพลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 5 ไตรมาส, จํานวนแรงงานที่มีเพียงพอกับเครื่องจักรในมือ


จึงเชื่อมั่นว่าจะพลิกกลับมาเป็นกําไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/66 เป็นต้นไป เนื่องจากจะรับรู้รายได้โครงการ North Pole ของเครือเซ็นทรัลและโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันกว่า 1.2 พันล้านบาท และมีระยะเวลาดําเนินการรวมกันเกือบ 9 เดือนพร้อมกับมีโอกาสที่จะเข้าไปรับงานภาครัฐอย่าง ทางด่วน รังสิต-บางปะอิน, ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก จึงประเมินกำไรสุทธิปี 66 จะอยู่ที่ 173 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรจากปีก่อนขาดทุน 149 ล้านบาท


กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
EGCO ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! Q3/69 กำไรฟื้นแตะ 1.2 พันลบ. AE II เพิ่มอัพไซส์-ปันผล 3.25 บาท ลุ้นปี 70 กำไร 4.6 พันลบ. โตแรง 39%
Updated 1 day ago
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
Updated 1 day ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
Updated 21 hours ago
Fund Move
“BLUEBELL”…ส่องทิศทางการลงทุนโค้งสุดท้ายปี26 สรุปประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้
Updated 1 day ago
Follow Us