Official Update :

AMATA จับมือ BGRIM เปิดโซน “ยูโรเปี้ยน สมาร์ท ซิตี้” จัดพื้นที่ 200 ไร่ รับอุตสาหกรรมไฮเทคจากยุโรป

AMATA จับมือ BGRIM ร่วมศึกษา โครงการ “อมตะ ยูโรเปี้ยน สมาร์ทซิตี้” ในพื้นที่นิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี เตรียมพื้นที่ 200 ไร่รองรับการย้ายฐานการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงจากนักลงทุนยุโรปโดยเฉพาะ ลั่นช่วยหนุนการขับเคลื่อนสมาร์ท ซิตี้และการลงทุนในพื้นที่ EEC พร้อมเล็งขยายความร่วมมือสู่กลุ่มประเทศ CLMVT


นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เพื่อร่วมพัฒนาโครงการ “อมตะ ยูโรเปี้ยน สมาร์ท ซิตี้”  (AMATA European Smart City) ใน อมตะซิตี้ ชลบุรี พื้นที่ 200 ไร่


โดยเป็นการรองรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงหรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพจากกลุ่มประเทศทวีปยุโรป ซึ่งมีแนวโน้มการขยายฐานการผลิตมายังเอเชียมากขึ้น โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายสำคัญและยังมีส่วนทำให้เกิดการเติบโตของการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)


สำหรับความร่วมมือครั้งนี้กลุ่มอมตะ จะเป็นฝ่ายจัดเตรียมข้อมูลด้านที่ดินและการทำตลาด ที่จะนำไปสู่การพัฒนาโครงการในอนาคต ซึ่งนับเป็นความคืบหน้าของการพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะของกลุ่มที่พัฒนาผ่าน 15 โครงการ อาทิ พลังงานอัจฉริยะ การเดินทางอัจฉริยะ การผลิตอัจฉริยะ ฯลฯ เป็นต้น


ขณะที่ขอบเขตการศึกษาในพื้นที่เพื่อจัดโซนให้กับกลุ่มประเทศยุโรป ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับกลุ่มผู้ประกอบการจากยุโรปที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง และมีแนวโน้มการขยายฐานการผลิตเข้ามาสู่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยเฉพาะไทย


ทั้งนี้ไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของการลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีซึ่งกลุ่มอมตะในฐานะผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเอกชนที่ใหญ่สุดในประเทศไทยและปัจจุบันมีลูกค้ามากกว่า 1,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากบริษัทต่างชาติ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ 80 ตารางกิโลเมตร ของเมืองอุตสาหกรรมในกลุ่มอมตะ มีกำลังการผลิตคิดเป็น10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP)


โดยพื้นที่นิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ยังตั้งอยู่ในอีอีซี ประกอบกับ นิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ได้พัฒนาภายใต้แนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” (AMATA Smart City) ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะ ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดโซนพื้นที่สำหรับรองรับกลุ่มการลงทุนประเทศต่างๆ  ประกอบด้วยพื้นที่โซนญี่ปุ่น จีน เกาหลี และไต้หวัน


ทั้งนี้การพัฒนาสมาร์ท ซิตี้ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรม ที่จะนำไปสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำในระยะยาวตามทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดรับกับแนวทางของกลุ่มอมตะ ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าที่ไม่ก่อมลพิษ พร้อมการก้าวไปสู่เป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ภายในปี 2040


ด้าน ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า “อมตะ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจเจ้าแรกของบี.กริม ที่ร่วมกันศึกษาและบุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา


ปัจจุบัน บี.กริม ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมใน นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ชลบุรี) และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ระยอง) รวมทั้งหมด 10  โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,321 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย


โดยการดำเนินโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop) ให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ทั้ง 2 แห่ง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “GreenLeap – Global and Green” ของบริษัทในปีนี้


สำหรับความร่วมมือในการศึกษาแนวทางพัฒนาโครงการในครั้งนี้ บริษัทมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและนวัตกรรมด้านพลังงาน ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพิ่มการกักเก็บพลังงานสะอาด ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่ทันสมัย เสริมศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจให้กับกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม อมตะ ยูโรเปี้ยน สมาร์ท ซิตี้


นอกจากนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนจากต่างประเทศ ขยายการเติบโตในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อันส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ก้าวสู่เป้าหมายสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว พร้อมบรรลุเป้าหมายขององค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2050


ความร่วมมือดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ที่เตรียมไว้ 200 ไร่ รวมถึงการมองคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพที่จะเข้ามา ซึ่งโครงการนี้จะมีส่วนสำคัญในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) มายังไทยเพิ่มขึ้น

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม