SET วันนี้อาจดิ่ง 1,640 จุด รับเงินเฟ้อสูงกว่าคาด โบรกฯยังแนะ 20 หุ้นที่กำไรไตรมาส 4 เติบโต
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ประเมิน SET อ่อนตัวแนวรับ 1,640 - 1,650 จุด ตามความกังวล FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีกอย่างน้อย 2 ครั้งในการประชุมเดือนมี.ค.และพ.ค.หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐเดือน ม.ค.สูงกว่าคาดโดย บวกที่ 6.4%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงจากข่าวสหรัฐเตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรองรวมถึง Fund flow ต่างชาติที่ขายต่อเนื่องยังคงกดดันภาวะตลาด จึงเน้นลงทุนแบบ Selective buy ต่อไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy หุ้นที่คาดงบ ไตรมาส 4/65 เติบโต อาทิ BEM BTS CENTEL ERW AAV BA CPALL CRC CBG PLANB VGI SIRI AP ORI SNNP SPA AU SISB HUMAN BE8 และอานิสงส์ราคาพลังงานอ่อนตัวลง GPSC BGRIM GULF ROJNA SCGP SCC
ส่วนหุ้นแนะนำวันนี้ BCH (ปิด 20.90 ซื้อ/เป้า 26 บาท) คาดผลประกอบการจะพลิกทำกำไรตั้งแต่ 4Q22 เบื้องต้นคาดมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/65 ที่ 406 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 3/65 ที่ขาดทุน 403 ล้านบาท และยังมี Upside จากการเพิ่มค่ารักษาประกันสังคมซึ่งปรับราคาทุกๆ 2 ปี (ครบกำหนดปีที่ผ่านมารอแค่ปรับราคา)
ROJNA (ปิด 6.5 ซื้อ/เป้า 7 บาท) คาดผลประกอบการพลิกมีกำไรปกติที่ 109 ล้านบาทใน ไตรมาส 4/65 จากที่ขาดทุน 422 ล้านบาทใน ไตรมาส 3/65 จากยอดขายที่ดินแลมียอดโอนที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากราคาต้นทุนพลังงานลดลง ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าปรับขึ้นตามค่า Ft
ประเด็นสำคัญวันนี้ เริ่มจาก เงินเฟ้อสหรัฐลดลงต่อเนื่องในเดือน ม.ค. แต่โดยรวมยังสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้: โดย Headline CPI ลดลงสู่ระดับ 6.4% จาก 6.5% แต่สูงกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 6.2% เช่นเดียวกับ Core CPI ลดลงสู่ระดับ 5.6% จาก 5.7% ในเดือน ม.ค. สูงกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 5.5%
รวมทั้งครม. เห็นชอบเก็บค่าเหยียบแผ่นดินคาดเริ่ม 1 มิ.ย. นี้: ครม. เห็นชอบให้เก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน โดยช่องทางทางอากาศ 300 บาทต่อคน ช่องทางทางบกและน้ำ 150 บาทต่อคนต่อ เป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มท่องเที่ยวแต่คาดผลกระทบจำกัดเนื่องจากรายจ่าย 350 บาท ไม่มีนัยสำคัญต่อการท่องเที่ยว
นอกจากนี้รัฐเสนอลดค่าการตลาดกลุ่มน้ำมันเบนซินเป็นลบกับกลุ่มธุรกิจปั๊มน้ำมัน: กบง. มีมติให้ลดค่าการตลาดน้ำมันดีเซลและเบนซินให้มีค่าเฉลี่ยที่ 2 บาทต่อลิตรจากปัจจุบันมีค่าการตลาดเฉลี่ยที่ 3.2 บาทต่อลิตร การลดค่าการตลาดดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินลดลง 0.90-1.20 บาทต่อลิตร เป็นลบโดยตรงต่อผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมัน นำโดย OR PTG ESSO BCP และ SUSCO
