2 หุ้นโรงพยาบาลไซส์กลาง BCH – CHG ใครจะเด่นรับผลบวกวัคซีน Covid-19
การเดินทางข้ามประเทศหยุดชะงักยาวนานจากการระบาดของ Covid-19 ที่ยืดเยื้อ ทำให้ธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงกำลังซื้อจากชาวต่างชาติอย่างธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ แม้จะมีการออกแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณโรงแรม รีสอร์ท และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ ที่ถูกสร้างมารองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนไทย
นอกเหนือจากธุรกิจท่องเที่ยวก็มี “ธุรกิจโรงพยาบาล” ที่ได้รับผลกระทบจากการระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศเช่นกัน โดยโรงพยาบาลในไทยได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ เพราะมีความโดดเด่นด้านบริการ ค่ารักษาถูกกว่าค่อนข้างมาก แถมเทคโนโลยีและบุคลากรทางการแพทย์ก็ทันสมัยและมีความเชี่ยวชาญไม่แพ้ต่างชาติ ทำให้ความต้องการเดินทางมารับการรักษาที่โรงพยาบาลไทยจากชาวต่างชาติสูง
แต่เมื่อเที่ยวบินระหว่างประเทศหยุดชะงัก จำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เป็นลูกค้าของโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่งก็ลดลงเช่นกัน ทำให้ที่ผ่านมาผลประกอบการของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ปรับลดลงต่อเนื่อง และถูกคาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวได้หลังไทยเริ่มวัคซีนต้าน Covid-19 หรือประมาณไตรมาส 2/64 ขณะที่โรงพยาบาลขนาดเล็กกลับได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะมีสัดส่วนผู้ป่วยในประเทศเยอะกว่าชาวต่างชาติ ทำให้ผลประกอบการยังเติบโตได้ดี
CHG – BCH สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยไทยสูง
โดยหุ้นโรงพยาบาลขนาดเล็กที่ถูกจับตามองและคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/63 ยังเติบโตได้ คือ BCH หรือ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) และ CHG หรือ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยคนไทยสูง นักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ ระบุว่า เชื่อว่า CHG และ BCH จะมีกำไรสุทธิเติบโตในไตรมาส 4/63 และเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 โดยไตรมาส 4/63 คาดว่าผู้ประกอบการโรงพยาบาลทั้งสองรายจะรายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/62 (ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/63 เพราะปัจจัยด้านฤดูกาล) จากฐานต่ำในไตรมาส 4/62 เพราะเป็นช่วงที่ทั้งสองโรงพยาบาลต้องโอนกลับรายได้จากบริการประกันสังคม (SC) เนื่องจากงบประมาณสำหรับโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงไม่เพียงพอ แต่กลับสู่ภาวะปกดิ์แล้วในปี 2563 ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรปี 2564 ของ CHG จะเติบโต 14% และ BCH จะเติบโต 15%
แผนฉีดวัคซีน Covid-19 เป็นบวกต่อกำไรปี 64
นอกจากปัจจัยบวกด้านผู้ป่วยแล้ว CHG และ BCH ยังมีปัจจัยบวกจากการกระกระจายวัคซีนต้าน Covid-19 อีกด้วย โดยนักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ ระบุเพิ่มเติมว่า แผนฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ของไทยจะเริ่มดำเนินการในเดือนก.พ. นี้ โดยกลุ่มที่จะได้ฉีดก่อน คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขภาคสนาม ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุด และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนประชาชนกลุ่มที่เหลือทั่วประเทศจะได้รับวัดซีนภายในกลางปี 2564 ซึ่งฝ่ายวิจัยเห็นแนวโน้ม upside จากการกระจายวัคซีนทั่วประเทศสำหรับโรงพยาบาลที่ให้บริการประกันสังคม (SC) นั่นก็คือ BCH และ CHG เนื่องจากโรงพยาบาลเหล่านี้มีฐานผู้ประกันตนในระบบ SC ขนาดใหญ่ โดย BCH มีฐานผู้ประกันตนที่ 884,000 คน และ CHG มีฐานผู้ประกันตน 443,000 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 5% และ 3% ของจำนวนผู้ประกันตนในระบบ SC ทั้งหมด 16.4 ล้านคนในประเทศไทย ตามลำดับ เมื่อใช้สมมติฐานค่าบริการฉีดวัดชีนที่ 400 บาทต่อโดส (อัตราค่าบริการเฉลี่ยสำหรับการให้บริการฉีดวัดซีนไข้หวัดใหญ่) และอัตรากำไรสุทธิที่ 10% (ซึ่งเป็นตัวเลขอนุรักษ์นิยมเมื่อเทียบกับอัตรากำไรสุทธิในปัจจุบันที่ 14-15%) คาดว่าประมาณการกำไรปี 2564 ที่ทำไว้สำหรับ BCH และ CHG จะมี upside ราว 4-5%
ต้องรอติดตามว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ของ BCH และ CHG จะเติบโตดีอย่างที่นักวิเคราะห์คาดหรือไม่ รวมถึงแผนการกระจายวัคซีน Covid-19 จะส่งผลบวกต่อกำไรปีนี้มากน้อยแค่ไหน

