หุ้นกลุ่มโรงแรมกำลังถูกจับตา วัคซีนกำลังมาแต่ ERW กลับเพิ่มทุน

ความคาดหวังของเศรษฐกิจไทยในปีนี้หนีไม่พ้นการเข้ามาของวัคซีน COVID-19 ที่ทุกคนมองว่าจะเป็นตัวพลิกฟื้นให้เศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง และกลุ่มโรงแรมน่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะการท่องเที่ยวที่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญของไทยจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง


แต่ไม่รู้ว่าวัคซีนจะมาช้าเกินไปจนสายป่านของกลุ่มโรงแรมนั้นได้ขาดสะบัดไปแล้วหรือเปล่า เมื่อ  บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ที่ได้ประกาศผลการดำเนินงานปี 2563 ถึง 1,715 ล้านบาท และได้ประกาศเพิ่มทุนกว่า 2.37 พันล้านบาท  กดดันให้หุ้น ERW ปรับตัวลดลงในช่วงเปิดการซื้อขาย 4.00 บาทต่อหุ้น หรือปรับตัวลดลง 13.04 %  หุ้นกลุ่มโรงแรมเป็นจังหวะการลงทุนหรือไม่ หรือ ความหวังวัคซีของไทยมาไม่ทันแล้วหรือเปล่า มาคุยกัน



ERW กำลังวิกฤติ ?

ERW  ได้รายงานผลการดำเนินงานในในปี 2563 ที่ผ่านมาสร้างความสนใจให้กับนักลงทุน เมื่อเขารายงานว่า ปี63  บริษัทขาดทุน 1,715.25 ล้านบาท ลดลง 485% จากปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเท่ากับ 2,306 ล้านบาท ลดลง 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการบันทึกขาดทุนก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เท่ากับ 159 ล้านบาท บันทึกขาดทุนก่อนรายการพิเศษเท่ากับ 1,605 ล้านบาท


โดยผลงานของบริษัทในไตรมาสที่4  ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าในทุกกลุ่มโรงแรมและทุกพื้นที่ ก่อนที่จะปรับตัวลงเล็กน้อยในเดือน ธ.ค.63 จากผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในประเทศไทยในไตรมาส 4/63 อยู่ที่ 43% ซึ่งปรับตัวดีขึ้น และมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักลดลง 73%


ส่วนรายได้อาหารและเครื่องดื่มมีการปรับตัวดีขึ้น 48% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้จากโรงแรม 5 ดาวในกรุงเทพฯ  สำหรับแนวโน้มปี 64 คาดว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวทั่วโลก จะเริ่มมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปซึ่งหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยเริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติมากขึ้น


ผลการขาดทุนที่เกิดขึ้นทำให้ ERW เลือกที่จะเพิ่มทุน ที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 2,517,533,185 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 4,891,207,330 บาท โดยการออกหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 2,373,674,145 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) และ รองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 3 (ERW-W3) ซึ่งจะออกให้กับผู้ถือหุ้นเดิม


โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวแบ่งเป็น จำนวนไม่เกิน 2,014,026,548 หุ้น เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วนหุ้นสามัญเดิม 1.25 หุ้น ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาเสนอขายหุ้นละ 1 บาท


และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 359,647,597 หุ้น รองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ ERW-W3 ซึ่งจะออกให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท) โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 7 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ มีอายุไม่เกิน 3 ปี มีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ราคาใช้สิทธิ 3.00 บาทต่อหุ้น



เพิ่มทุนคือผลดีระยะยาว

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินว่า  แม้ไตรมาสที 4 จะขาดทุนมากกว่าคาดแต่การเพิ่มทุนกระทบราคาหุ้นแต่ดีระยะยาว โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 4.80 บาท อิง DCF (WACC 7.6%, terminal growth 2.5%) ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ ขาดทุนสุทธิต่ำคาด ERW รายงาน 4Q20 ขาดทุนสุทธิ -474 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ +176 ล้านบาท แต่ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 3Q20 ที่ -514 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ตลาดและเราคาด -14% เพราะมีการด้อยค่าสินทรัพย์ 2 รายการจาก ERWPF จำนวนรวม 105 ล้านบาท ซึ่งเป็น one-time item


โดยหากตัดรายการดังกล่าวออก ขาดทุนปกติจะดีกว่าที่ตลาดคาด +12% เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังคงปรับตัวลดลงได้ดีถึง  ลดลง 53% เมื่อเทียบกับปีก่อนและลดลง 23% จากไตรมาสก่อนหน้า  ขณะที่มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องที่ไม่รวม Budget (RevPar) ยังหดตัวลงที่  83% จากปีก่อน แต่ดีขึ้นจาก ไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว ที่ –89% จากปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากโรงแรมที่อยู่ในจังหวัดที่ขับรถเที่ยวได้อย่างหัวหินและพัทยาเป็นหลัก ขณะที่ Hop Inn ในประเทศไทยฟื้นตัวได้ดี โดย RevPar ลดลงเพียง -8% YoY ส่วน Hop Inn ที่ฟิลิปปินส์ยังฟื้นตัวได้ช้าโดย RevPar ลดลง -67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะยังอยู่ในช่วง Lockdown บางส่วน


ทั้งนี้จากการ ประกาศเพิ่มทุน 1.25: 1 ที่ราคา 1 บาท ทำให้เกิด price dilute ที่ -35% ERW ประกาศเพิ่มทุนที่ 1.25 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคา 1 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 2,014 ล้านหุ้น ซึ่งจะ XR วันที่ 11 พ.ค. 2021 และแจก ERW-W3 เพิ่มที่ 7 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิ์ 3 บาทต่อหุ้น โดยมีอายุ 3 ปี คิดเป็น 360 ล้านหุ้น ซึ่งจะ XW วันที่ 11 พ.ค. ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดอยู่ที่ 2,374 ล้านหุ้น โดยการเพิ่มทุนดังกล่าวจะส่งผลเชิงลบต่อราคาหุ้น โดยคิดเป็น price dilute ที่ -35% จากราคาปิดวานนี้ หมายถึงราคาหุ้นจะลงมาที่ 3.00 บาทต่อหุ้นหากเทียบกับราคาปิดวานนี้ และคิดเป็น EPS dilute ที่ -44%


แต่อย่างไรก็ดี การเพิ่มทุนดังกล่าวจะช่วยให้ ERW มี Net D/E ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.9 เท่า จากเดิมที่ 3.2 เท่า ซึ่งถือว่าดีขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับ debt covenant ที่ 2.5x และช่วยปลดล็อค overhang ด้านฐานทุนให้ ERW ได้ ทั้งนี้ทาง ERW แจ้งว่าต้องการนำเงินที่ได้มาส่วนนึงไปขยาย Hop Inn เพิ่มเติมเพราะเป็นโรงแรมที่ยังมี demand จากนักท่องเที่ยวในประเทศสูงและได้รับผลกระทบจาก COVID-19 น้อย


คงประมาณการปี 2021E และคาดปี 2022E พลิกกลับมามีกำไร เรายังคงประมาณการโดยคาดผลการดำเนินงานในปี 2021E เป็นขาดทุนสุทธิที่ -1.65 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิที่ -1.7 พันล้านบาท ขณะที่เราคาดว่า 1Q21E จะยังเห็นเป็นขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่องเพราะผลกระทบ COVID-19 รอบใหม่

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com

Most Viewed
News Highlight
พูลอุดม ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain ยกระดับวัตถุดิบอาหารสัตว์–โลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ รับทิศทางการค้าโลก
Updated 20 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
กลุ่มท่องเที่ยว-F&B รับอานิสงส์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โรงแรม-ร้านอาหาร รับแรงหนุน Voucher ชู CENTEL-MAGURO เด่นรับกำลังซื้อเพิ่ม
Updated 1 day ago
Fund Move
"UOB Group" ได้บรรลุข้อตกลงในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองธุรกิจของกลุ่ม "UOB Asset Management Ltd" ของทั้งภูมิภาค...ให้แก่ "Allianz Global Investors" คาดเรียบร้อยปีหน้า
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
หวั่น “TISA-เวอร์ชั่นใหม่” เกาไม่ถูกที่คัน... แก้ปัญหา “เหลื่อมล้ำทางภาษี” ไม่ได้ !!!
Updated 20 hours ago
Follow Us