หวั่น “TISA-เวอร์ชั่นใหม่” เกาไม่ถูกที่คัน... แก้ปัญหา “เหลื่อมล้ำทางภาษี” ไม่ได้ !!!

Wealthy Way: รู้หรือไม่?...“TISA” (Thailand Individual Saving Account) เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ที่กำลังจะเสนอเข้าให้ “ครม.” พิจารณาในเดือนก.ย. นี้นั่น “ต่างไปจากเดิม” อย่างมีนัยสำคัญ


ประโยชน์หนึ่งของ “TISA” แน่ๆ คือ เป็น “โครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล” เป็นการ “ลดหย่อนภาษี” แทน


โดยจะกำหนดวงเงินในการยกเว้นภาษีมาให้เลย แล้วก็ใช้ไปตลอด ไม่ต้องมามีปัญหาเรื่องขอ “ต่ออายุกองทุนประหยัดภาษี” หรือ “กองทุนประหยัดภาษีอื่นๆ” เพิ่มเติมอีกต่อไป


และเหตุผลสำคัญอีกข้อคือ เพื่อ “แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและลดภาระการคลัง” นั่นเอง


ซึ่งมีปัญหาเรื่อง “คนรวยใช้สิทธิ” เป็นส่วนใหญ่ แต่ “คนรายได้ปานกลาง-ต่ำ” ไม่ได้ประโยชน์จาก “กองทุนประหยัดภาษี” เหล่านี้เท่าที่ภาครัฐต้องการจะเห็น


“ภาครัฐ” ส่ง “กองทุนประหยัดภาษี” รูปแบบใหม่ๆ เงื่อนไขใหม่ๆ ออกมาแล้ว ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการ “ขยายฐาน” สู่ “คนรายได้ปานกลาง-ต่ำ”


นั่นทำให้สู่การปฏิรูปการใช้ประโยชน์ทางภาษ๊ใหม่โดยใช้ “TISA” ที่มี “ตัวคูณ” (Multiplier) มาเป็นตัวจูงใจให้นักลงทุนกลุ่มนี้ลงทุนมากขึ้น เพราะลงทุน 1 ส่วน ใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ 1.3 เท่า เลยทีเดียว


แต่ล่าสุด...“TISA” เวอร์ชั่นใหม่ ไม่น่าจะใช่หน้าตาแบบที่เคยสื่อสารออกไปก่อนหน้าในสาระสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง “ตัวคูณ” (Multiplier)


แล้ว “TISA” เวอร์ชั่นใหม่นี้ ยังจะตอบโจทย์แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางภาษีและลดภาระการคลังให้ภาครัฐได้จริงหรือ วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกัน


“TISA” เปลี่ยนไป... “ไม่มีตัวคูณ” แต่แยกส่วน “กองทุนประหยัดภาษี” ไว้ต่างหาก


สำหรับแนวคิดเรื่อง “TISA” (Thailand Individual Saving Account) นั้น เป็นการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อ “แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและลดภาระการคลัง” เป็นสำคัญ หลังการศึกษาพบว่า “กลุ่มคนที่มีรายได้สูง” จะใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่ “กลุ่มคนที่มีรายได้น้อย-ปานกลาง” แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือ เข้าไม่ถึงสิทธิลดหย่อนภาษีการออมและการลงทุน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ


จนเกิดประเด็นเรื่อง “คนรวยใช้ประโยชน์ทางภาษี” กันเป็นหลัก “คนปานกลาง-ต่ำ” ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นั่นหมายถึง “ภาษีที่รัฐต้องเสียไป” ในแต่ละปีนั้น สุดท้ายเสมือนไปอุ้มกลุ่ม “คนรวย”


เวลา “กองทุนประหยัดภาษี” ต่างๆ หมดอายุ ทาง “ตลาดทุน” ก็จะไปขอให้ “ต่ออายุ” หรือมี “กองทุนประหยัดภาษีใหม่ๆ” มาแทน ซึ่ง “ภาครัฐ” ก็ไม่ค่อย Happy เท่าไรนัก เพราะดูไม่ได้ตอบโจทย์ภาครัฐเท่าไร จนนำมาสู่การ “ปฏิรูปภาษี” สู่ “TISA” นั่นเอง


แต่ “TISA” เวอร์ชั่นใหม่ จะ “ไม่มีตัวคูณ” (Multiplier) ที่เดิมจะตัดเกรดที่รายได้ 1.5 ล้านบาท/ปี ดังนี้

- รายได้เกิน 1.5 ล้านบาท/ปี: หักภาษีได้ 0.7 เท่า เช่น ลงทุน 100,000 บาท หักได้ 70,000 บาท

- รายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท/ปี: หักภาษีได้ 1.3 เท่า เช่น ลงทุน 100,000 หักได้ 130,000 บาท


“ซึ่งภาครัฐเคยเชื่อว่าจะดึงดูดกลุ่มคน ‘รายได้ปานกลาง-ต่ำ” เข้ามาลงทุนมากขึ้น แต่เวอร์ชั่นล่าสุด ‘ไม่มีเรื่องตัวคูณ’ แล้ว ก็เป็นคำถามว่า...แล้วสุดท้าย ‘TISA-เวอร์ชั่นใหม่’ จะไปแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางภาษีและภาระการคลังของรัฐได้ยังไง เพราะทุกอย่างก็เหมือนเดิมนั่นเอง”


ส่วนวิธีการลงทุนเพื่อใช้สิทธิก็ไม่ยุ่งยากแต่ประการใด แค่ไปเปิดบัญชีเพื่อการลงทุน “TISA” กับธ.พาณิชย์ หรือ บลจ. 1 บัญชี แล้วก็เลือกลงทุนได้ตามอัธยาศัยให้เหมาะกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคน


โดย “TISA-เวอร์ชั่นเดิม” เงินลงทุนจะรับรวมทุกรายการ ประกอบด้วย

- สินทรัพย์เดิม: RMF (รวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่น*), ThaiESG

(*กองทุนเพื่อเกษียณอื่น ได้แก่ PVD, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, กอช., ประกันบำนาญ)

- สินทรัพย์ใหม่: หุ้นรายตัว, ETF, กองทุนรวมอื่นๆ ตราสารหนี้, Infra Fund (ไม่รวม DR)


“เงินลงทุนในบัญชี ‘TISA’ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 800,000 บาท/ปี โดยยกเลิกเงื่อนไขที่จำกัดการลดหย่อนภาษี 30% ของรายได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการออมมากกว่าสัดส่วนดังกล่าว สามารถทำได้ ขายได้เมื่ออายุ 55 ปี ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี จึงเป็นเงินลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เงินลงทุนระยะสั้นแต่ประการใด”


แต่ “TISA-เวอร์ชั่นใหม่” จะแยกวงเงินใช้สิทธิของ “กองทุนประหยัดภาษี” ออกมาต่างหาก เพื่อคลายความกังวลของทางอุตสาหกรรมบลจ.ที่กลัวจะกระทบเม็ดเงินลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีนั่นเอง


และนั่นทำให้ “TISA” ภายใต้ “โครงสร้างภาษีใหม่” ที่เงื่อนไขการลงทุนเพื่อ “ประโยชน์ทางภาษี” ไม่ต่างไปจากเดิม จะสามารถแก้ไขปัญหา “ความเหลื่อมล้ำทางภาษีและลดภาระการคลัง” ให้ภาครัฐได้ยังไงเท่านั้นเอง การขยับเพดานการใช้สิทธิไป 8 แสนบาท บนเงื่อนไขเดิมๆ ภาครัฐแน่ใจหรือไม่ว่า “เกาถูกที่คัน” ด้วยเงื่อนไขใหม่ที่ไม่ต่างจากเดิมแบบนี้