Official Update :

KISS เร่งเครื่องธุรกิจเต็มกำลัง หวังช่วยดันกำไรปี 66 เติบโตไม่หยุด!

บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS ผู้ออกแบบ พัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ปัจจุบัน KISS มีแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าหลักถึง 5 แบรนด์ ในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ ได้แก่ Rojukiss, PhDerma, Best Korea, Wonder Herb และ Sis2Sis


ล่าสุดปี 2565 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 147.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 118.6 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ระดับ 932.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้จากการขายและบริการ 772.3 ล้านบาท


โดยรายได้ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากยอดขายผลิตภัณฑ์หลัก ไม่ว่าจะเป็น Rojukiss Skincare ที่เติบโต 12% ในขณะที่ Sis2Sis เติบโต 26% จากปีก่อน จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และการเปิดประเทศรองรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว รวมถึงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งเริ่มจัดจำหน่ายในช่วงไตรมาส 4/2565 โดยได้รับกระแสตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี


ขณะที่ตลาดในต่างประเทศก็สามารถเติบโตได้ดีทั้งใน CLMV และอินโดนีเซีย ซึ่งมีการเติบโต 31% และที่สำคัญบริษัท มีการจัดทำแผนการตลาดที่เหมาะสม ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KISS กล่าวว่า ในปีนี้จะมุ่งเน้นการลงทุนการตลาดเพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น การทำการตลาดที่เข้มข้นเพื่อให้แบรนด์กลายเป็น Top Of Mind ของลูกค้า ในขณะที่เราคาดว่าตลาดความงามจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้


ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัท คาดว่าผลประกอบการมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากยอดขายผลิตภัณฑ์หลักทั้ง Rojukiss และ Sis2Sis ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ติดตลาด มีกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามาโดยตลอด และบริษัทฯ มีแผนที่จะนำเสนอสินค้าใหม่อีกกว่า 40 รายการ ควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์ และการตลาดแบบเต็มรูปแบบ


รวมทั้งช่องทาง Digital เพื่อสร้างการรับรู้ที่ดียิ่งขึ้นให้กับแบรนด์ รองรับการขยายช่องทางจัดจำหน่ายทั้ง Offline และ Online ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึง และขยายฐานลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะที่มุมมองนักวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 1/66 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นราว 40 ล้านบาท (บวกลบ) เนื่องจากรายได้ที่คาดว่าจะเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายทรงตัว

โดยปี 2566 บริษัทตั้งเป้ากลับมาสร้าง Awareness และออกสินค้านวัตกรรมใหม่นอกเหนือจากสินค้าเซรั่มที่เป็นจุดขายมายาวนานของ Rojukiss และมีสินค้าแบรนด์อื่นผลิตตามเป็นจำนวนมาก จึงถึงเวลาที่ KISS จะหาสินค้านวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดแทน ปัจจุบันมีเปิดตัวสินค้าไปบ้างแล้ว และจะออกสินค้าใหม่หนักขึ้นในช่วงไตรมาส 2/66 ซึ่งเป็น High season


รวมถึงเริ่มทำตลาดในจีนผ่านช่องทาง Online ทำให้ KISS ยังมีความจำเป็นต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดให้กลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อน COVID-19 ในปี 2563 ส่วนตลาดอินโดนีเซียคาดว่าจะชะลอลงในไตรมาส 1/66 เพื่อปรับกลยุทธ์และกลับเข้าไปอีกครั้งในไตรมาส 2/66 หลังได้รับผลกระทบจาก Local brand ที่ใช้ Price war


ส่วน Nasal spray คาดรายได้ไว้เพียง 100 ล้านบาท และมีกำไรใน KISS ที่ 10 ล้านบาท สำหรับทั้งปี 2566 จากการแพร่ระบาดที่น้อยลง อย่างไรก็ตามอาจเห็นสินค้า Nasal spray กลุ่มใหม่ที่ป้องกันสายพันธุ์ใหม่หรือป้องกันโรคภูมิคุ้มกันอื่นๆ คาดว่าจะได้เห็นช่วงกลางปี


ขณะที่ปรับประมาณการรายได้ขึ้น 2.1% ในปี 2566 โดยรวมรายได้จาก Nasal spray ด้วย 100 ล้านบาท และปรับเพิ่มค่าใช้จ่าย SG&A ขึ้น 23.6% และ 26.2% ในปี 2566 – 2567 ตามลำดับ ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2566 – 2567 ลดลงจากเดิม 25% เป็น 153 ล้านบาท โต 15.2% และ 197 ล้านบาท โต 28.8% จากปีก่อนหน้า


โดยการลงทุนทำการตลาดมากขึ้นคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในปี 2567 จึงคาดกำไรทำ New high ที่ 197 ล้านบาท นอกจากนี้ปรับ PER ในการประเมินมูลค่าลงจาก 35 เท่า เป็น 33 เท่า เพื่อสะท้อนกำไรที่เติบโตลดลงจากประมาณการเดิม ได้ราคาเป้าหมายใหม่สิ้นปี 2566 ที่ 8.60 บาท คงแนะนำ TRADING มี Upside risk จากรายได้ในจีน, Nasal spray ตัวใหม่ และการ M&A



ได้ประโยชน์เศรษฐกิจฟื้น

ด้านมุมมองนักวิเคราะห์บล. กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า คงคำแนะนำ “ถือ” KISS ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2566 ที่ 7.30 บาท เชื่อว่า KISS น่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่วนแบ่งรายได้ใหม่จากผลิตภัณฑ์ COVID Trap รวมถึงแผนการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศที่กว้างขึ้น และตลาดใหม่ในต่างประเทศ


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยกลับไปมีมุมมองที่รอบคอบมากขึ้น โดยกลยุทธ์ทางการตลาดและการจัดจำหน่ายเชิงรุกของ KISS อาจสร้างความคลาดเคลื่อนของรายได้และต้นทุนในระยะสั้น และทำให้โมเมนตัมกำไรของบริษัทฯชะลอตัวลง


Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 6 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 16 hours ago
Follow Us