5 หุ้นร้อนกระแสแรง กับราคาที่มุ่งชนะตลาด

สภาวะตลาดหุ้นไทยถือเป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากกระแสเม็ดต่างชาติไหลย้อนกลับ เพราะในช่วงที่ผ่านมาผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ 10ปี มีทิศทางที่เป็นขาขึ้น หลังจากที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายทั้งของไทย และต่างประเทศมองกันว่า ตลาดหุ้นกำลังเข้าสู่ช่วงของการพักฐาน เพราะที่ผ่านมาได้รับปัจจัยบวกกันไปแบบเต็มอิ่ม หลังจากที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทางการแพทย์ของแต่ละประเทศประกาศชัยชนะในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด19


ดังนั้นจึงทำให้ภาพรวมของตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกชะลอตัวอย่างน่าดีใจ จนทำให้ตลาดหุ้นในหลายๆประเทศกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจปรับเพิ่มขึ้นแบบผิดหูผิดตาไปจากช่วงที่โควิดกำลังระบาดแบบรุนแรง รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐเองที่ทำ All Time Hight ได้ ทั้งนี้เองเมื่อภาพของการปรับตัวเพิ่มขึ้นเริ่มจะชะลอลง รวมถึงสาเหตุที่หลายฝ่ายกังคงกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะประกาศชะลอลดวงเงิน QE เมื่อไหร่ จึงทำให้เม็ดเงินต่างๆยังกล้าๆกลัวๆชะลอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกดีดตัวขึ้นเพื่อสะท้อนทิศทางของเศรษฐกิจโลกไปแล้วว่ากำลังจะกลับมาเติบโต ซึ่งในช่วงกลางสัปดาห์ของเดือนก..64 ราคาน้ำมันเบรนท์ ทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ระดับราคา 60เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเพียงปัจจัยบวกที่มาสนับสนุน


ทั้งนี้การประชุมของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในครั้งต่อไป หรือประมาณวันที่ 4 มี..64 สำนักวิจัยหลายแห่งคาดกันว่า ซาอุฯยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำมันอาจจะยกเลิกการชะลอกำลังการผลิตที่ตัวเองเคยลดไว้ที่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน


โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10ปีของสหรัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงทำให้หุ้นที่เติบโตถูกเทขายอย่างหนัก ซึ่งตลาดหุ้น NASDAQ ร่วงลงกว่า 341 จุด หรือ 2.5%  ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นโดยราคาน้ำมันเบรนท์อยู่ที่ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมัน WTI เพิ่มขึ้นแตะ 62 เหรียยสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาทกับดอลล่าแกว่งตัวในกรอบแคบ


รวมถึงมีแรงซื้อทองคำในฐานะที่เป็นสินทรัพย์หลบภัย ซึ่ง Gold Futures ดันขึ้นพ้นระดับ 1,800 เหรียญสหรัฐได้อีกครั้ง สำหรับประเด็นในประเทศคือการที่ ศบค.คลายล็อก ผับ-บาร์ดื่มสุราได้ยกเว้นที่สมุทรสาคร รวมถึงร้านอาหารให้เปิดไม่เกิน 5 ทุ่มแค่เพียง 14 จังหวัด ส่วนอีก 54 จังหวัดสามารถทำกิจกรรมทุกอย่างได้ตามปกติตั้งแต่ 1 มี..64


สำหรับกลยุทธ์ในจุดนี้คือโมเมนตั้มเป็นลบยิ่งขึ้น หลังจาที่แกว่งไร้ทิศทางตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในเชิงกลยุทธ์ แนะนำให้สำรองเงินสด 30% และรอก็บหุ้นรอบใหม่ โดยมองว่า SETและ SET50 กำลังขยับเข้าใกล้แนวรับสำคัญ 1,480-1,455 และ 920-905 จุด แนะนำหุ้นร้อนที่กระแสแรง ดังต่อไปนี้ STA,BBL,KBANK , KKP, SCB, COM7, DOHOME, GLOBAL, RS,EPG, SCC, TASCO, BANPU, PTT, PTTEP,BCPG, BGRIM, BPP, EA, GPSC ,AEONTS, JMT, MTC,CBG CPF, RBF, BCH,CHG,IVL,PTTGC,AMATA,CPN,SPALI,WHA, JMART


โดยทีมงาน Wealthy Thai ได้เลือกหุ้นในกลุ่มดังกล่าวจากทั้งหมดที่ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ระบุไว้ทั้งสิ้น 5 หุ้น ซึ่งหุ้นดังกล่าวขณะนี้กำลังมีประเด็นบวกรองรับ และปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงในแง่ของพื้นฐานบริษัทอยู่ในเกณฑ์ดี และเป็นหุ้นที่ราคาหุ้นจะสามารถมุ่งเอาชนะตลาดได้รวมปัจจัยบวกต่างๆ ได้แก่ STA,BBL,TASCO,CBGและ IVL



STA กำลังจะปลูกต้นกัญชง

มาเริ่มกันที่ STA ผลประกอบการปี 63 ได้แรงหนุนจาก COVID-19 ช่วยพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร พร้อมทั้งมีเดินหน้าปลูกต้นกัญชงต่อ แม้ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นไปมากแล้วแต่ P/E ยังอยู่ระดับแค่เพียง 7เท่า และยังมีปันผลที่สูงจึงเป็นที่น่าสนใจ


บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด มองว่ากรณีที่ผู้บริหาร STA ออกยืนยันว่าบริษัทฯเตรียมรุกเข้าสู่ธุรกิจเพาะปลูกกัญชงโดยเตรียมดำเนินการขอใบอนุญาตในเดือนมี..64 ซึ่งจะเริ่มต้นเฟสแรกจำนวน 100-200 ไร่ และมีแผนจะขยายเป็น 2,000 ไร่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยจะเพาะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยได้แก่จังหวัด น่าน, สกลนคร และชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมในการปลูก อีกทั้งอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนในธุรกิจโรงสกัดซึ่งเป็นธุรกิจกลางน้ำ


ทั้งนี้มีมุมมองเป็นบวกต่อธุรกิจใหม่ของบริษัท เนื่องจากธุรกิจกัญชงจะเป็น New S-curve ของบริษัทอย่างชัดเจน โดยกัญชงเป็นพืชที่เติบโตได้เร็ว มี turnover ต่อปีสูง ซึ่งบริษัทประเมินว่าจะสามารถปลูกได้ 2.5-3 crops ต่อปี เบื้องต้นบริษัทประเมินว่ากำไร (ก่อนภาษีเงินได้) จากธุรกิจกัญชงต่อ 1 ไร่ จะอยู่ที่ 1 ล้านบาท/1 crop


โดยได้ทำการประเมินเบื้องต้น ปีแรก 64 STA จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท คิดจากกการปลูกกัญชง 200 ไร่ และ 1 ไร่ ปลูกเพียง 1 ครั้ง (corp) ต่อปี อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าที่จะปลูกทั้งสิ้น 2,000 ไร่ ภายใน 5 ปี และสามารถปลูกได้ 2.5-3 corps ต่อปี จะทำให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นอีก 5-6 พันล้านบาทต่อปี เทียบกับผลการดำเนินงานในปี 643 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท (มาจากส่วนของถุงมือยางประมาณ 7.0 พันล้านบาท) ทั้งนี้บริษัทแจ้งว่าปัจจุบันมีลูกค้าโรงสกัดรองรับการซื้อเมล็ดและดอกกัญชงสำหรับไปสกัดสาร CBD เรียบร้อยแล้ว และบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาดำเนินธุรกิจโรงสกัดด้วยตนเอง ซึ่งเป็นธุรกิจกลางน้ำที่มีมาร์จิ้นสูง


จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายเดิมที่ 41บาท อิง P/E ที่ 9.เท่า (-0.5SD below 5-yr average PER ) โดยเราอยู่ระหว่างปรับประมาณการและราคาเป้าหมาย เนื่องจากเรามองว่าธุรกิจกัญชงเป็นธุรกิจที่มี Potential Growth สูง ซึ่งบริษัทควรที่จะเทรดที่ Premium มากขึ้น



BBL รับรู้รายได้จาก ธ.Permata

ในปี 63 ได้กันสำรองหนี้เสียไว้ค่อนข้างมากแล้ว ทำให้หลายธนาคารมีภาระในการตั้งสำรองลดลง ซึ่งช่วยพลิกกำไรปี 64 ได้ดีกว่าที่คาด และแนกลุ่มที่มีโอกาสจะถูกปรับเพิ่มน้ำหนักขึ้นหากตลาดหลักทรัพย์ฯ เปลี่ยนวิธีการคำนวณน้ำหนักดัชนีหุ้นรอบใหม่ โดยอิง Free Float


บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า BBL มียอดสินเชื่อลดลง 1.6%จากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ BBL เป็นการชะลอพอร์ตสินเชื่อตามนโยบายลดความเสี่ยงในประเทศ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมสินเชื่อต่างประเทศอย่าง จีน เวียดนาม และอินโดนีเซียที่คาดขยับขึ้นได้ดี


สำหรับหุ้นแนะนำ ยังคงเลือก BBL ราคาเป้าหมายที่ 150 บาท เป็น Top Pick ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์เนื่องจากคาดผลดำเนินงานฟื้นตัวเด่นสุดในปี 2564 จากฐานที่ต่ำ และเริ่มรวมงบ Permata เข้ามาเต็มปีเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ในแง่ความเสี่ยงยังต่ำกว่าแบงก์ใหญ่อื่นเพราะมีสัดส่วนสินเชื่อภาคท่องเที่ยวค่อนข้างต่ำ และราคาหุ้นยัง Laggard ค่อนข้างมาก ซึ่งซื้อขายด้วย PBV ต่ำเพียง 0.5 เท่า



TASCO ทางยางมะตอยที่ไร้ขวกหนาม

คาดปริมาณความต้องการวัสดุก่อสร้างในประเทศจะฟื้นตัวขึ้นในปี นี้ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ+การกระตุ้นผ่านงบลงทุนภาครัฐ โดยหุ้นหลายตัวได้รับอานิสงส์ทางบวกจากการฟื้นตัวของสเปรดปิ โตรเคมี และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่าง


โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองในจุดนี้ว่า TASCO สั่งซื้อน้ำมันดิบแหล่งใหม่ (Alternative crude oil) ในเดือน ม.ค. ก.พ. 64 จากแถบอเมริกาใต้แล้ว 2 ชนิด จำนวน 2 ลำ รวมขนาดทั้งหมด 1.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งให้ Yield เฉลี่ยราว 50 55% (ต่ำกว่าแหล่งเก่าที่ราว 70% แต่ยังอยู่ในกรอบประมาณการ) ทำให้บริษัทมีคลังน้ำมันดิบที่สามารถผลิตได้ถึงเดือน มิ.ย. 64 เป็นอย่างน้อย


ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการประมูลน้ำมันดิบ Cargo ใหม่เพิ่มเติมเพื่อนำมาผสมกับน้ำมันดิบแหล่งเก่า คาดช่วยยืดอายุการใช้งานไปได้ทั้งปี 64 และขยายการเช่า Floating storage จากกลางเดือน ก.พ. 64 เป็น พ.ค. 64 แม้ต้นทุนน้ำมันดิบจากแหล่งใหม่จะสูงกว่าแหล่งเก่าเฉลี่ย 10% แต่ราคาขายมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากการปิดโรงกลั่นของภูมิภาคทำให้ Supply ในตลาดยังคงตึงตัว รวมทั้งดีมานด์ในภูมิภาคเริ่มกลับมาเป็นปกติ และเข้าสู่ช่วง Peak season ตั้งแต่เดือน มี.ค. มิ.ย. 64 หนุนราคาขายยางมะตอยจากราว US$320/ตัน ในเดือน ธ.ค. 63 เป็น $368/ตัน ในปัจจุบัน


นอกจากนี้ บริษัทเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท TSS (Thai Slurry Seal) จาก 25% เป็น 62% เพื่อต่อยอดธุรกิจ Retail มากขึ้น โดยเน้นขายสินค้าที่มี Value-added และงานก่อสร้างต่างๆ อาทิ โปรเจครันเวย์ที่สุวรรณภูมิ มูลค่าราว 5,000 ล้านบาท ช่วยหนุนปริมาณการจำหน่ายในประเทศ ปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 64 ขึ้นเป็น 24 บาท/หุ้น อิง PER ที่ 15เท่า จาก 13 เท่า เนื่องจากมีความชัดเจนแหล่งน้ำมันดิบใหม่ และแม้ต้นทุนน้ำมันดิบแหล่งใหม่จะสูงกว่าแหล่งเก่าราว 10% แต่ได้ชดเชยจากการปรับกลยุทธ์การขายของบริษัททำให้กระทบมาร์จิ้นอย่างจำกัด



CBG เมื่อน้ำกัญชงกำลังจะดันราคา

เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ตลาดยังมีการเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในเทรนด์สุขภาพโดยกระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการขอรับการอนุญาตและใช้ต้นกัญชงในพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อดำเนินการทางธุรกิจได้แล้ว


บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการปี 64 ที่คาดว่าจะเห็นการกลับมาเติบโตของเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ การรับรู้รายได้เต็มปีของเครื่องดื่ม C+LOCK ทั้งในประเทศและการส่งออก ตลาดจีนเติบโต ตลาด CLMV กลับมาเติบในอัตราเร่งหลังโรงบรรจุกกระป๋องแล้วเสร็จ


ส่วนรายได้รับจ้างจัดจำหน่ายคาดยังมีสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์รายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่รายเดิมคาดโตต่อหาก COVID-19 ไม่กลับมาระบาดรอบใหม่ รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตลัง บรรจุภัณฑ์เอง นอกจากนี้ในช่วงครึ่งหลังปี 64  จะไม่มีค่าใช้จ่ายจากการสนับสนุนทีมฟุตบอลเชลซี คงประมาณการกำไรปี 64 ที่ 4,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% จากปีก่อน คงราคาเป้าหมายที่ 152.50 บาท


แม้ราคาหุ้นมี Upside gain จากการเติบโตจากเครื่องดื่มผสมกัญชงที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งเรามองว่ามีโอกาสมากในการส่งออกไปจีน ดังนั้นหากราคาหุ้นปรับตัวลงมาเพราะแรง Panic sales จากผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดเป็นโอกาสซื้อ ที่แนวรับ 136 บาท



IVL เป็นปีแห่งการฟื้นตัว

ทาง IVL คาดว่าสถานการณ์ทางธุรกิจจะฟื้นตัวได้ดีในปีนี้ได้แก่ ความต้องการ PTA/PET ยังแข็งแกร่ง โดยมีโอกาสเติบโตในกลุ่มประเทศ Emerging Markets ซึ่งการใช้บรรจุภัณฑ์ประเภท PET ยังไม่มาก ประกอบกับมุ่งสร้างความแข็งแกร่งในตลาด rPET (Recycle PET) ซึ่งเติบโตสูง เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินค้ากลุ่ม Fibers ซึ่งกลับมาในระดับใกล้เคียงเดิมกับช่วงก่อน COVID-19 แล้ว และราคาน้ำมันดิบที่กลับมายืนเหนือ 50เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจะหนุนให้สเปรดผลิตภัณฑ์อย่าง MEG, MTBE สูงขึ้น และราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น จะหนุนให้มีกำไรจากสต๊อก หลังจากขาดทุนจำนวนมากใน 9 เดือนปี 63


นอกจากการฟื้นตัวในระยะสั้นแล้ว IVL มีมุมมองเชิงบวกอย่างมากในระยะสามปี ข้างหน้า โดยคาดว่า EBITDA จะเติบโตกว่าเท่าตัวจากระดับ 1.15 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 62 เป็น 2.3-2.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 66 ด้วยแรงหนุนจากความต้องการสินค้าฟื้นตัวโดยคาดปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นจาก 12.3 ล้านตัน/ปี เป็น 16.7 ล้านตัน/ปี และการมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ HVA ซึ่งให้มาร์จิ้นสูงขึ้น การเร่งสร้างกำไรในโครงการที่เพิ่งทำ M&A (Spindletop) และการลดต้นทุนผ่าน Project Olympus


โดยหาก EBITDA ในระยะสามปี ข้างหน้าเติบโตตามแผน ก็จะช่วยสร้างกระแสเงินสด มากยิ่งขึ้น ซึ่งตามแผน IVL จะไม่มีการทำM&A ขนาดใหญ่ ทำให้เรามองว่าแนวโน้มเงินปันผลจะสูงขึ้นมากจากระดับ0.7 บ./หุ้น ในปี ที่แล้ว




Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
News Highlight
พูลอุดม ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain ยกระดับวัตถุดิบอาหารสัตว์–โลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ รับทิศทางการค้าโลก
Updated 20 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง
Updated 16 hours ago
Stock of the Day
กลุ่มท่องเที่ยว-F&B รับอานิสงส์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โรงแรม-ร้านอาหาร รับแรงหนุน Voucher ชู CENTEL-MAGURO เด่นรับกำลังซื้อเพิ่ม
Updated 1 day ago
Fund Move
"UOB Group" ได้บรรลุข้อตกลงในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองธุรกิจของกลุ่ม "UOB Asset Management Ltd" ของทั้งภูมิภาค...ให้แก่ "Allianz Global Investors" คาดเรียบร้อยปีหน้า
Updated 21 hours ago
Fun of Funds
หวั่น “TISA-เวอร์ชั่นใหม่” เกาไม่ถูกที่คัน... แก้ปัญหา “เหลื่อมล้ำทางภาษี” ไม่ได้ !!!
Updated 20 hours ago
Follow Us