SA กางแผน 3 ปี รายได้ทะลุ 1 หมื่นลบ. ลั่นอัตรากำไรสุทธิกลับมาแตะ 15-20% เล็งปีนี้ผุดโครงการใหม่เพิ่มอีก 7 แห่ง
SA ลั่นอัตรากำไรสุทธิปีนี้กลับมา 15-20% หลังกลับมาเปิดโครงการได้ปกติ พร้อมปักธงรายได้ปี 66 โตไม่ต่ำกว่า 129% ที่ 6.5 พันล้านบาท อวดbacklogกว่า 6.5 พันล้านบาทเตรียม 7 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท พร้อมกางแผน 3 ปี ลุยธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หวังดันรายได้ปี 68 ทะลุ 1 หมื่นลบ.
นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า อัตรากำไรสุทธิใน 2566 จะสามารถกลับขึ้นมาที่ระดับ 15-20% หลังจากที่เริ่มกลับมาเปิดโครงการขายใหม่ได้ปกติ โดยก่อนหน้าหนี้ที่อัตรากำไรสุทธิเป็นผลมาจากช่วงสถานการณ์แพร่ระบาด Covid-19 ทำให้ราคาขายอสังหาริมทรัพย์ถูกกดดันให้ปรับตัวลดลง บริษัทจึงได้มีการชะลอแผนการเปิดโครงการใหม่ออกไปและหันมาระบายสต๊อกเดิมที่มีอยู่
ขณะที่เป้าหมายรายได้ในปีนี้บริษัทคาดการณ์ว่าจะทำได้อยู่ที่ 6.4 – 6.5 พันล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 129 %โดยเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ราว 5.9 พันล้านบาท ตามการรับรู้รายได้ของยอดขายรอโอน (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ราวมูลค่า 6.5 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 68
โดยเพื่อเป็นผลักดันของยอดขายรอโอนเข้ามาในมืออย่างต่อเนื่อง ในปีนี้บริษัทจึงได้มีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่อีก 7 โครงการ ประกอบไปด้วย โครงการแนวราบจำนวน 4 โครงการ ,โครงการแนวสูงจำนวน 2 โครงการ และโครงการมิกซ์ยูส จำนวน 1 โครงการ โดยมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.8 หมื่นล้านบาท
สำหรับรายได้ส่วนที่เหลือจะมาจากธุรกิจที่ไม่ใช่หลัก โดยบริษัทได้มีการเปิด 6 ธุรกิจใหม่ ประกอบไปด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจให้เช่า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจเทคโนโลยีของการพักอาศัย และธุรกิจการเงินและการลงทุน โดยในไตรมาส2/66 บริษัทจะมีการเปิดตัวโรงแรมแห่งแรกและคาดว่าเข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ราว 500-600 ล้านบาท
พร้อมกันนี้บริษัทไว้วางแผน 3 ปีข้างหน้า(66-68) จะมีรายได้รวมเกิน 1 หมื่นล้านบาท โดยมาจากโครงการแนวราบ และโครงการแนวสูงในสัดส่วนที่เท่าๆกัน (50/50) และรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง 1,700 ล้านบาท โดยคาดว่าภายใน 3 ปี รายได้ในส่วน Recurring Income จะอยู่ที่ประมาณ 10-15% ของรายได้รวม
ทั้งนี้บริษัทมีแผนอยากจะเพิ่มปริมาณการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย(Free Float) แต่ยังไม่มีแผนพิจารณาการเพิ่มทุน โดยในเบื้องต้นจะมีการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการหรือพนักงาน (ESOP)ในช่วงปี 66 และ 67 เฉลี่ยปีละ 7.5 ล้านหุ้น รวมเป็นจำนวน 15 ล้านหุ้น
