คัด 4 บริษัทรับผลบวก นโยบาย 2 พรรคใหญ่ Digital Wallet – ประกันรายได้เกษตรกร
ช่วงของการเลือกตั้งครั้งนี้ของประเทศไทย โดยในแต่ละพรรคก็ได้วางนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกันอย่างคึกคัก ดังนั้นคอลัมน์ “โพยหุ้น” ประจำวันจันทร์ จึงได้หยิบยกตัวอย่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ 2 พรรคใหญ่มาฝาก ซึ่งในแวดวงตลาดทุนจะมีหุ้นอะไรบ้างได้รับผลดี
หากถอดมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นโยบายทางเศรษฐกิจของแต่ละพรรคที่ทยอยหาเสียง ล่าสุด เพื่อไทย คือ Digital Wallet, ประชาธิปัตย์ คือ ประกันรายได้เกษตรกร, ฯลฯ ล้วนมุ่งเน้นไปที่เพิ่มกำลังซื้อครัวเรือน หนุนการบริโภคเพิ่มขึ้น ดังนั้นประเมินเป็นบวกต่อหุ้นที่ อิงเศรษฐกิจภายในประเทศ อาทิ ค้าปลีก, เช่าซื้อ เน้น CRC, CPALL, MAKRO, SAWAD
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของทั้ง 4 หุ้นดังกล่าว โดยเริ่มจาก CRC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” CRC ราคาเป้าหมาย 50 บาท โดยแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/66 ยังดูสดใส คาดกำไรปกติโตเด่นต่อจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อานิสงส์หลักมาจากการท่องเที่ยวและผลบวกของมาตรการช้อปดีมีคืน ขณะที่คาดกำไรปกติปี 66 จะโตก้าวกระโดด 25%
CPALL นักวิเคราะห์ค่ายดังกล่าว แนะนำ “ซื้อ” CPALL ราคาเป้าหมาย 70 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 ที่ 3.70 พันล้านบาท เติบโต 6%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 27% จากไตรมาสก่อน โดยเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามอานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้น ส่วนเทียบไตรมาสก่อนจากฐานต่ำ ทั้งนี้ยังคงมองบวกต่อแนวโน้มกำไรช่วงที่เหลือของปี โดยคาดจะโตเร่งขึ้น
ต่อมา MAKRO นักวิเคราะห์ค่ายดังกล่าว แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 38.5 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 ที่ 2.15 พันล้านบาท โต5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อน เพราะยังถูกกดดันจากต้นทุนค่าไฟและดอกเบี้ยจ่ายของธุรกิจโลตัสส์ ในขณะที่ธุรกิจเดิมค้าส่งและฟู้ดเซอร์วิสยังโตดีตามแรงหนุนจากภาวะการท่องเที่ยว
สำหรับแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี คาดกำไรจะโตเร่งขึ้น โดยไตรมาส 2/66 จะได้อานิสงส์จากต้นทุนค่าไฟเริ่มลงและคาด refinance เงินกู้จะเสร็จ ทิศทางดอกเบี้ยจ่ายจะเริ่มลง จึงคงกำไรทั้งปีที่ 1.13 หมื่นล้านบาท โต 47% จากปีก่อน
สุดท้าย SAWAD นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 64 บาท โดยการเน้นการเติบโตที่อาจจะส่วนทางกับคู่แข่ง และการเน้นการควบคุมการเพิ่มขึ้นของ NPL ตั้งแต่ตอนปล่อยสินเชื่อจะช่วยให้กำไรในปีนี้เติบโต ดังนั้นทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรปี 66 ของ SAWAD ไว้เหมือนเดิมที่ 5.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4%จากปีก่อน
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินช่วงเวลาของการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งภาพที่เห็นส่วนใหญ่มุ่งเน้นทางด้านนโยบายประชานิยม ซึ่งหากดำเนินการได้จริงก็จะเห็นการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านการบริโภคภาคครัวเรือน
ทั้งนี้นโยบายการอัดฉีดเม็ดเงินหลังเลือกตั้ง ปีนี้ยังเข้ามาไม่ได้เต็มที่ จะเห็นได้ว่านโยบายหาเสี่ยงต่างๆ ในแต่ละพรรค เน้นการแก้ปัญหาปากท้องเป็นหลัก แต่มองว่าการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อประชานิยมอาจจะเข้ามาได้ไม่เต็มที่ในปีนี้ เนื่องจากปีงบประมาณเก่าสิ้นสุดลงก.ย. 66 และจะเห็นงบประมาณจากนโยบายใหม่ปี 67 จะจัดสรรและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ในปีหน้าเป็นต้นไป

