TESLA กลับมาบวก 20% ตามกลุ่มหุ้นเทคฯ เตรียมเปิดตัวโมเดล S Plaid Plus ปลายปีนี้
สำหรับการปรับลดลงของหุ้น TESLA และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เป็นเพราะการที่ “ชิป” ขาดตลาด ส่งผลให้หุ้นที่ผลิตรถพลังงานไฟฟ้า (EV) อย่าง NIO, NIKOLA, LI AUTO ต่างปรับลดลงหมดเช่นเดียวกัน แต่ในวันนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีค่อยๆ ทยอยปรับตัวขึ้น
ขณะที่ Elon Musk ให้สัมภาษณ์ว่า ทาง TESLA ต้องปิดโรงงานในเมือง Fremont รัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐฯ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เนื่องจากชิ้นส่วนสำหรับผลิตรถ EV ขาดตลาด นอกจากนี้ลูกค้าที่สั่งจองรถโมเดล Y และ Model 3 ก็ยังต้องรอของอีกนาน เพราะทางบริษัทยังไม่สามารถส่งมอบรถอีวีให้ได้
และอีกปัจจัยคือ การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลกระทบกับการโยกเงินลงทุนในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี เข้าสู่หุ้นวัฎจักร ที่เกี่ยวข้องกับภาพเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังฟื้นตัว ประกอบการการทยอยฉีดวัคซีนของแต่ละประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตามการปรับลดลงของหุ้น TESLA ในครั้งนี้ แม้ว่าจะมีมูลค่ากว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ถือว่าไม่ได้ผิดปกติมาก เพราะถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมาที่หุ้น TESLA ทะยานถึง 570% ในปี 2563 ที่ผ่านมา ประกอบกับ การที่ TESLA เป็นบริษัทมหาชนแรกๆ ที่ประกาศว่าจะนำเงิน “บิทคอยน์” ซึ่งเป็นเงินคริปโตเคอร์เรนซีที่แพงที่สุดในขณะนี้ มาใช้แทน “เงินดอลลาร์” สำหรับแผนการใช้เงินในบริษัท และเปิดให้คนทั่วไปซื้อรถ TESLA ด้วยเงินบิทคอยน์ได้ ส่งผลให้หุ้น TESLA ปรับเพิ่มขึ้นรับข่าวการใช้บิทคอยน์
ทั้งนี้สำหรับการเติบโตของ TESLA ในปีนี้จะโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโรงงานของ TESLA ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งสหรัฐ ยุโรป และโดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ระดับ Gigafactory ซึ่งตั้งอยู่ที่จีนนั้น ในปีนี้จะเดินเครื่องผลิตรถอีวีทั้งหมด รวมถึงแผนการเปิดตัวรถรุ่น Model S Plaid Plus ที่จะเปิดตัวปลายปี 2564 ในราคาประมาณ 139,900 ดอลลาร์สหรัฐ ความแรง 1,100 แรงม้า ความเร็ว 60 ไมล์ต่อ 2 วินาที ขณะที่โมเดลรุ่น S และโมเดล X Plaid ได้เปิดให้จองแล้วในขณะนี้
สุดท้ายสำหรับหุ้นที่มี PE แพงที่สุดในโลกอย่าง TESLA ต้องบอกว่า นักวิเคราะห์ต่างประเทศต่างเตือนกันมาตลอด ให้ระวังราคาหุ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน แม้ว่าจะอนาคตจะสดใสมากก็ตาม ดังนั้นนักลงทุนจะต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา :
https://www.fool.com/investing/2021/03/08/why-tesla-stock-fell-further-on-monday/
https://finance.yahoo.com/news/tesla-loses-more-244-billion-184156101.html
https://www.nytimes.com/live/2021/03/08/business/stock-market-today
