คัด 11 หุ้นได้ผลดี นโยบาย “พรรคก้าวไกล” ในเรื่องรัฐสวัสดิการ เพิ่มกำลังซื้อประชาชน
คอลัมน์ “โพยหุ้น” ประจำวันจันทร์ ยังคงเกาะติดสถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่ก่อนหน้านี้หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ 8 พรรคการเมือง ซึ่งทุกพรรคจะทำ MOU ในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแสดงถึงแนวร่วมการทำงานร่วมกัน และวาระร่วมของทุกพรรค โดยจะแถลงต่อสาธารณชนในวันที่ 22 พ.ค.นี้
ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า หุ้นที่น่าสนใจรับนโยบาย ก้าวไกล โดยในเชิงกลยุทธ์มองชุดหุ้นน่า “เก็งกำไร” กลุ่มที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากนโยบายแกนนำพรรคก้าวไกลที่เน้นไปในเรื่องรัฐสวัสดิการ (เพิ่มกำลังซื้อประชาชน) การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก และการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ คือ BBL, ADVANC, CRC, SAWAD, GLOBAL, OSP, MC, TOA, ICHI, AEONTS, KBANK
ทั้งนี้หากเข้าไปสำรวจบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นดังกล่าว พบว่า
BBL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ และคงราคาเป้าหมายที่ 200 บาท คง BBL เป็น Top Pick ของกลุ่มธนาคารคู่กับ KTB เพราะได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น มีความเป็นผู้นำด้านสินเชื่อธุรกิจ ซึ่งจะได้อานิสงส์โดยตรงจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมากขึ้นมีความแข็งแกร่งในเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ และความเพียงพอของสำรองมากสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่
ADVANC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำซื้อ และคงราคาเป้าหมายเอาไว้ที่ 250 บาท โดยธีมการลงทุนของเราคือการแข่งขันด้านราคาที่ลดลงจะทำให้กำไรขาลงพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้ตั้งแต่ปี 66 เป็นต้นไป
CRC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ ซื้อ มีราคาเป้าหมาย 50 บาท โดยชอบ CRC จากคาดเป็นหุ้นค้าปลีกที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดกำไรปกติทั้งปีจะโตกว่า 25% เป็น 8.65 พันล้านบาท
SAWAD นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70 บาท โดยปี 66 เติบโตดีตามคาด และได้ผลบวกการซื้อหุ้น FM คืน
GLOBAL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ TRADING ราคาเป้าหมาย 19.30 บาท โดยปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2566 และ 2567 ที่ 3.35 พันล้านบาท ลดลง 4%จากปีก่อน และ 3.56 พันล้านบาท ฟื้นตัว 5% ตามลำดับ ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 19.30 บาท/หุ้น และปรับลดคำแนะนำ จาก “ซื้อ” เป็น “TRADING”
OSP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ถึงแม้จะคาดว่ารายได้จะฟื้นตัวต่อเนื่องในไตรมาส 2/66 แต่กำไรยังน่าจะโตต่ำในปี 2566/2567 ทั้งนี้ เมื่อใช้ PE ที่ 37 เท่า (ค่าเฉลี่ยระยะยาว) ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายปี 2566 ใหม่ที่ 28.75 บาท ดังนั้น จึงยังคงคำแนะนำถือ OSP
MC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำทยอยซื้อสะสม เพื่อรับปันผลสูงให้ราคาพื้นฐานใหม่ 13.70 บาท คาดอัตราผลตอบแทนของเงินปันผล (DY) ปี 66-67 ไว้ที่ 6.4% และ 6.8% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) ความเสี่ยงหลัก คือ กำลังซื้อชะลอตัวมากกว่าคาดและธุรกิจแข่งขันสูง
TOA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40 บาท โดยคาดเห็นกำไรไตรมาส 2/66 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ICHI นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำซื้อ ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 15.80 บาท แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/66 คาดทำระดับสูงสุดของปี เติบโตจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season และเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการรับรู้รายได้ของเครื่องดื่มใหม่ และธุรกิจ OEM มากขึ้น ประกอบกับ U-rate ที่สูงขึ้น
AEONTS นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 240 บาท โดยผลประกอบการแสดงให้เห็นว่าการเสื่อมลงของคุณภาพสินทรัพย์ของ AEONTS กำลังจะสิ้นสุดลง โดยบริษัทได้ระมัดระวังในนโยบายการเติบโตของสินเชื่อ และนโยบายการตั้งสำรองในช่วงที่เกิดโรคระบาด ความแข็งแกร่งของผลประกอบการในไตรมาสต่อ ๆ ไปจึงขึ้นอยู่กับระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
KBANK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 160 บาท เพราะความเสี่ยงค่าใช้จ่ายสำรองมีจำกัด เป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมากขึ้น เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนา Digital Banking เพื่อต่อยอดธุรกิจหลัก รวมถึงการเพิ่มช่องทางการเติบโตใหม่ต่อเนื่อง และการทำธุรกิจร่วมทุน JK AMC ทำให้ KBANK มี Balance Sheet แข็งแกร่งขึ้น

