SAWAD ลิสซิ่งสุดฮอต ในวันที่ราคาเหมาะสม 101 บาท
“หุ้นลิสซิ่ง” ยังมีกระแสนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นอีกกลุ่มที่จะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว เนื่องจากการชำระเงินคืนของลูกหนี้ปรับโครงสร้าง จะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จนทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น นอกจากนี้ในแง่ของผลประกอบการก็ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเช่นกัน อย่าง บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD จะมีความน่าสนใจแค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบ
สำหรับ SAWAD ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อย ภายใต้เครื่องหมายบริการ "ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ" ซึ่งประกอบด้วย 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.สินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันประเภท ทะเบียนรถเก่าทุกประเภท บ้านและโฉนดที่ดิน 2.สินเชื่อรายย่อยแบบไม่มีหลักประกันภายใต้การกำกับ 3.บริหารสินทรัพย์ 4.รับจ้างติดตามหนี้ 5.บริการที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจสินเชื่อ
ล่าสุดผลประกอบการปี 2563 มีกำไรสุทธิ 4,508.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,756.49 ล้านบาท โดยในสิ้นปี 2563 มีพอร์ตของลูกหนี้เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 40,954.28 ล้านบาท เทียบกับสิ้นปี 2562 ที่อยู่ระดับ 39,488.97 ล้านบาท และสิ้นปี 2563 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 4,750 สาขา
ก่อนหน้านี้นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการบริษัทศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 64 บริษัทคาดว่ารายได้และพอร์ตลูกหนี้จะเติบโต 20% โดยปีนี้กลุ่มศรีสวัสดิ์มีความพร้อมสูงในการแข่งขันทุกรูปแบบ เพราะช่วงที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ขณะที่รายได้จากค่านายหน้าขายประกัน(โบรกเกอร์) ก็มีแนวโน้มการเติบโตในอัตราที่สูง
นอกจากนี้ SAWAD ก็มีธนาคารออมสินเข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมทุนในบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด และในเร็วๆ นี้ก็จะมีการเปิดตัวสินเชื่อจำนำทะเบียนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะเป็นการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น และยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อ โดยในเบื้องต้นจะเน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อย
“เรายังชอบ SAWAD เพราะคาดกำไรปกติในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าเติบโตเป็น double-digit รวมั้งมีช่องทางการปล่อยสินเชื่อที่หลากหลาย ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง-กลาง-ต่ำ ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อรวมที่มากกว่าคาด และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่น้อยกว่าคาด จึงแนะนำ “ซื้อ”ราคาเหมาะสม 96 บาท”นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าว
SAWAD สามารถเข้าถึงต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ
ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บอกว่า P/E ของ SAWAD ต่ำที่สุดในกลุ่ม non-bank ที่ 16.7 เท่า เมื่อเทียบกับ MTC อยู่ที่ 23 เท่า, KTC อยู่ที่ 27 เท่า และ SINGER อยู่ที่ 23 เท่า จึง re-rate P/E ของ SAWAD เป็น 20 เท่า จากกำไรปี 2565 ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 101 บาท เรายังคงคำแนะนำซื้อ SAWAD
ทั้งนี้ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2564-65 ขึ้นอีกปีละ 5% โดยประมาณการของเราใช้สมมติฐานว่า 1. มีกำไรพิเศษจากการลงทุน 300 ล้านบาทในปี 2564 2.yield สินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 20.8% ในปี 2564/65 และ3. ปรับเพิ่ม credit cost เป็น 100bps/100bps (จากเดิม 60bps/50bps) ดังนั้นประเมินว่าปี 2564 จะรายงานกำไรสุทธิมาอยู่ที่ระดับ 5,559 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 4,508 ล้านบาท
ทั้งนี้ SAWAD ปูทางสำหรับการเติบโตรูปแบบ ใหม่จะช่วยสร้างการเติบโตและลดความเสี่ยงเรื่องการแข่งขัน เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นของบริษัท non-bank และผู้เล่นรายใหม่ที่เพิ่มเข้าในตลาดเป็นจำนวนมาก เราคิดว่าโครงสร้างบริษัทของ SAWAD มีพลวัตรมากขึ้น และจะช่วยให้บริษัทสามารถเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มนี้ได้ การที่บริษัทผนึกพันธมิตรกับ GSB จะช่วยให้ SAWAD สามารถเข้าถึงต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ และฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ GSB ได้ นอกจากนี้ การแยกธุรกิจ leasing มอเตอร์ไซค์ออกมา และบริหารโดยมืออาชีพ จะทำให้บริษัทมี platform สำหรับการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอีกด้วย
ส่วนประเด็น SAWAD ขายหุ้น 49% ใน Lyern-Sof-Tun-Jai ไปให้กับ GSB เพื่อตั้ง JV เพื่อใช้เป็น platform การปล่อยกู้ให้กับฐานลูกค้าของ GSB จะทำให้ SAWAD มีกำไรจากการลงทุนประมาณ 300 ล้านบาทใน 1Q64 เราคาดว่าการปล่อยกู้ในส่วนนี้จะเริ่มเปิดดำเนินการได้ประมาณไตรมาส 2/64 ซึ่งกำไรจากการลงทุนในส่วนนี้จะหนุนให้กำไรปีนี้โตประมาณ 4%
ปี 2564 สินเชื่อเติบโต 26%
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2564 ของ SAWAD ขึ้น 10% มาอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 21% YoY) หนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อ (การขยายสาขาและการร่วมทุนกับธนาคารออมสิน),ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น (โดยเฉพาะธุรกิจประกัน), กำไรพิเศษจากการขายหุ้นบางส่วนของบริษัทในเครือ, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ทั้งนี้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 71 บาท มาอยู่ที่ 81 บาท แนะนำ “ซื้อ”
ทั้งนี้ในปี 2564 คาดสินเชื่อเติบโต 26% จากปีก่อน หนุนโดยการขยายสาขาและการร่วมทุนกับธนาคารออมสิน (GSB) ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ประมาณ 55-60% (รวมการร่วมทุนกับธนาคารออมสิน) การเติบโตของสินเชื่อมาจาก 1.การขยายสาขา (SAWAD มีแผนขยายสาขาอีก 200 สาขา ภายในปีนี้ ( ภายในสินปี 2564 จะมีสาขาเกือบ 5,000สาขา) , 2.การร่วมทุนกับธนาคารออมสิน (เราคาดว่าจะมีฐานลูกค้าใหม่จากธนาคารออมสินถึง 1 ล้านราย , 3.การขยายธุรกิจสินเชื่อสำหรับรถมอเตอร์ไซต์(คาดเติบโต 30%)
ข้อดีของการควบรวมกิจการมีดังนี้ 1. SAWAD จะได้ฐานลูกค้าของทางธนาคารออมสิน 3 ล้านราย สำหรับการปล่อยสินเชื่อเงินที่มีหลักประกันเป็นรถยนต์และมอเตอร์ไซต์, 2.SAWAD สามารถคัดกรองลูกค้าสำหรับธุรกิจการร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสิน/SAWAD หรือคัดกรองในเฉพาะพอร์ตสินเชื่อของ SAWAD (ขึ้นอยู่กับรายได้และเครดิตของลูกค้า), 3.ต้นทุนทางการเงินจะลดลงจากการเป็นพันธมิตรกับธนาคารออมสิน, 4. SAWAD จะได้รับค่าธรรมเนียมจากการหาลูกค้าผ่านเครือข่าย SAWAD ประมาณ5,000 สาขา (ธนาคารออมสินจะได้รับค่าธรรมเนียมเช่นกัน)
ข้อเสียได้แก่ 1.ส่วนแบ่งกำไรของ SAWAD จะอยู่ที่ 51% เท่านั้นของธุรกิจร่วมทุน 2.อัตราดอกเบี้ยจากสินเชื่อร่วมทุนจะอยู่ที่ไม่เกิน 18% เท่านั้น (เทียบกับ24% ในอุตสาหกรรมสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นรถยนต์) โดยผู้บริหารตั้งเป้าออกโปรโมชั่นลด rate ลงต่ า 18% ในช่วง 3-4 เดือนแรก
นอกจากนี้ผู้บริหารวางแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยการปล่อยสินเชื่อและแพลตฟอร์มการเก็บหนี้ในรูปแบบออนไลน์ เราคาดว่าอัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับอยู่ที่ 36.7% ลดลงจาก 37.5% ในปี 2563 หนุนโดยแพลตฟอร์มไอที เราคาดว่าการเติบโตของค่าธรรมเนียมอยู่ 3.8 พันล้านบาทในปี 2564เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน หนุนโดยยอดขายประกันภัย จากธุรกิจ AMC (การร่วมทุนกับ NOBLE) และค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อ

