Official Update :

เมื่อ THG กำลังดึงพันธมิตร บิ๊กพลังงานไทยร่วมทำเฮลท์แคร์

THG เล็งขยายการลงทุน Healthcare กับพันธมิตรพลังงานรายใหญ่ของประเทศ คาดประกาศความชัดเจนปีนี้ พร้อมมองโอกาสเข้าซื้อโรงพยาบาลเพิ่มเติมหวังสร้างการเติบโต ล่าสุดปลายเดือนพ.ค.นี้นำเข้า วัคซีนของซิโนแวค 1.5 แสนโดสรองรับลูกค้า วางเป้าปี 64 รายได้โต 7-10%


นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทพลังงานรายใหญ่ของประเทศไทย เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรในธุรกิจ Healthcare เบื้องต้นคาดจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2564


นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับ กับศูนย์วิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี เพื่อเข้าไปสนับสนุนในเรื่องของการปลูกและสกัดกัญชง กัญชา แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนได้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้งภายหลัง


ทั้งนี้บริษัทยังมองหาโอกาสในการเข้าซื้อธุรกิจโรงพยาบาล โดยหากได้รับราคาที่ดี และมีโอกาสก็พร้อมจะลงทุนทันที ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างเจรจา โดยมองว่าช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อกิจการ เพื่อต่อยอดธุรกิจของบริษัทในอนาคต


สำหรับประเด็นการนำเข้าวัคซีนนั้น ปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการซื้อวัคซีนของซิโนแวค ผ่านองค์การเภสัชกรรม จำนวน 1.5 แสนโดส เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าบริษัท โดยขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดราคาขายแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่าจะได้รับวัคซีนดังกล่าวประมาณช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้


ทั้งนี้ หากเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้เอง จะช่วยให้กระจายวัคซีนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เข้าถึงคนหมู่มาก ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็ว ลดความเสี่ยงของการระบาด และช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน อีกทั้งยังมีกลุ่มคนบางส่วนโดยเฉพาะในภาคบริการที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ที่แม้ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงหลัก แต่ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก  ก็ต้องการเข้าถึงวัคซีนอย่างรวดเร็วเช่นกัน 


ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจของ THG ในปี 2564 วางเป้าหมายรายได้รวมเพิ่มขึ้น ประมาณ 7-10% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมกว่า 7,300 ล้านบาท โดยคาดว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ซึ่งแผนธุรกิจในปีนี้จะมุ่งเน้นขยายการให้บริการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพแก่คนในทุกช่วงอายุ วางแผนงานให้เหมาะกับกลยุทธ์การเติบโตของแต่ละธุรกิจ เช่น โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ (Tertiary care) ที่มีความสามารถรักษาโรคที่มีความซับซ้อน ยังคงเดินหน้าขยายกำลังการให้บริการ ลงทุนก่อสร้างอาคารใหม่ จัดหาเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับคนไข้


ขณะเดียวกันจากการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจปี 2564 มีแนวโน้มฟื้นตัว และการได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 เป็นปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลและการดูแลสุขภาพ โดยคาดหวังนักท่องเที่ยวจะกลับมาได้ในช่วงไตรมาส 3-4/64


ด้านโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีบริการตรวจรักษาเฉพาะทางและดูแลสุขภาพระดับพรีเมี่ยม 6 ดาว คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น หากเริ่มเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะส่งผลดีกลุ่ม Health Tourism ที่จะเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง ได้รุกขยายตลาดคนไข้ในประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนคนไข้ต่างชาติที่ชะลอตัว 


ขณะที่โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ รังสิต บนเนื้อที่กว่า 140 ไร่ ที่พัฒนาเป็นที่พักอาศัยสูง 7 ชั้น จำนวน  494 ยูนิต รองรับคนวัยเกษียณ ภายในโครงการมีโรงพยาบาลธนบุรีบูรณา (โรงพยาบาลฟื้นฟูสำหรับผู้สูงวัย) และจิณณ์ เวลเนส เพื่อดูแลสุขภาพแก่ผู้อยู่อาศัย ล่าสุดโครงการอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์ สร้างชีวิตชีวา เช่น ทำฟาร์มปลูกผักผลไม้ออร์แกนิก จัดสวน สระบัว มองไกลถึงการสร้างพื้นที่ช็อปปิ้งแบบเอาต์ดอร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเสริมสวย ร้านค้า และยังจัดกิจกรรมเชิญกลุ่มเป้าหมาย ทดลองพักอาศัยภายในโครงการ พร้อมทำกิจกรรมหลากหลาย เพื่อสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตในจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ


ล่าสุด THG ได้เปิดโครงการใหม่ธนบุรี เฮลท์ วิลเลจย่านประชาอุทิศ ที่พัฒนาเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้ป่วยติดเตียง ภายใต้มาตรฐานทีมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลธนบุรี ที่มีประสบการณ์ด้านการรักษาพยาบาลมากว่า 40 ปี โดยมีทีมแพทย์ตรวจเยี่ยม พยาบาลและเจ้าหน้าที่ 24 ชั่วโมง บริการอาหารและกิจกรรมฟื้นฟู ค่าบริการเดือนละประมาณ 30,000 - 50,000 บาท โดยปัจจุบันเริ่มมีผู้สูงอายุเข้ามาใช้บริการแล้ว


นอกจากนี้ บริษัท ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลธนบุรี จำกัด ในเครือ THG ได้ร่วมมือด้านการบริการวิชาการแก่ศูนย์หัวใจของศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน (.นนทบุรี) ในสังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) โดยพัฒนาเป็น Excellent Center ให้บริการ 24 ชั่วโมง สามารถรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบครบวงจร คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส 2 นี้


ส่วนประเด็นการรัฐประหารในประเทศเมียนมานั้น โรงพยาบาลของบริษัทภายใต้ชื่อ โรงพยาบาล Aryu Internationalซึ่งยังดำเนินการปกติและมีผู้เข้าใช้บริการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี คิดเป็นอัตราการใช้เตียงประมาณ 70% ของจำนวนเตียงทั้งหมด 97เตียง (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มี.ค.64)

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”