ส่องเส้นทางการเติบโต “รพ.ราชพฤกษ์” RPH ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างความแตกต่าง
การกลับมาของนักท่องเที่ยว หากดูด้วยผิวเผินกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อต่างชาติที่เข้ามานั้นจะอิงไปภาคการบริโภคอย่าง ค้าปลีก โรงแรม และระบบขนส่งสาธารณะ แต่ในขณะเดียวกัน “กลุ่มหุ้นโรงพยาบาล” ที่เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิตก็ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน
แต่ด้วยภายใต้ความท้าทายของการไร้ปัจจัยสนับสนุนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่างสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ที่เป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราครองเตียงพุ่งสูงกว่าภาวะปกติ ได้คลี่คลายลง ก็ทำให้การเติบโตต่อจากนี้ ถูกตั้งข้อสงสัยขึ้นว่าจะเป็นในทิศทางใด
โดยบริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH หนึ่งในผู้ประกอบการโรงพยาบาลขนาดกลาง ที่ให้บริการครอบคลุมจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอินโดจีน ได้รายงานตัวเลขรายได้ไตรมาสใน 1/66 จำนวน 264 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 36 ล้านบาท
ในส่วนมุมมองของผู้บริหารอย่าง นายแพทย์ ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ให้มุมมองไว้ว่า แม้รายได้การรับบริการรักษาผู้ป่วย COVID-19 จะลดลง แต่ก็เริ่มถูกชดเชยด้วยรายได้กลุ่ม Non-Covid ที่มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น
สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2566 นั้น มีความมั่นใจว่ารายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10-20% หรือมากกว่า 1.1 -1.2 พันล้านบาท แม้ว่าไตรมาส 2/66 จะเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามด้วยยุทธศาสตร์การสร้างความแตกต่างให้แก่โรงพยาบาล อย่างการขับเคลื่อนศูนย์บริการเฉพาะทางควบคู่ไปกับการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งของแบรนด์ให้มีมากขึ้นและต่อเนื่องไปในอนาคต
นอกจากนี้โรงพยาบาลยังได้วางแผนระยะในปี 2567 ด้วยการขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้น ประกอบไปด้วย การเปิดศูนย์เวลเนส (Wellness Center) ในไตรมาส 1/67 เพื่อรองรับการใช้บริการทั้งคนไทยและต่างชาติที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)
พร้อมกันนี้จะมีการเปิดบริการโรงพยาบาลศัลยกรรมเพื่อความงามภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับสากล ในปลายปี 2567 ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งธุรกิจดังกล่าวถือเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นค่อนข้างสูงและยังเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยคาดการณ์ Market Size ของธุรกิจศัลยกรรมความงามในปี 2566 จะอยู่ที่ 45,728 ล้านบาท
อีกทั้งด้วยเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และยุทธศาสตร์ของทางรัฐบาลที่ได้ตั้งจังหวัดขอนแก่น ให้เป็นศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศหรือ Medical Hub ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ดังนั้นเองจะช่วยสนับสนุนให้มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลยังได้ขยายภาคการบริการให้แก่กลุ่มผู้ป่วยที่มีค่ารักษาที่ไม่สูงควบคู่ไปกับการรองรับการให้บริการกลุ่มประกันสังคม ด้วยการเปิดโรงพยาบาลขนาดกลางในปี 2568

