Official Update :

จับตา! โหวต “พิธา” นั่งนายก หากไม่ผ่าน อาจฉุดเงินต่างชาติไหลออก กดหุ้นไทยผันผวนจนกว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่

ตลาดคาดการณ์กันว่า  กกต. จะประกาศรับรองผล ส.ส. ครบ 95% สัปดาห์หน้า แต่จุดสนใจ คือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากไม่ผ่านจะทำให้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ต้องชะลอออกไป ซึ่งอาจทำให้เม็ดเงินต่างชาติหยุดชะงัด และ ส่งผลให้ SET Index ผันผวนจนกว่าจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ ส่วนประเด็นหุ้น ITV คาดว่า กกต. จะใช้เวลาในการพิจารณาอีกพอควร และคาดจะนัดไต่สวนหรือแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงใกล้เคียงกับการโหวตนายกฯ


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีความเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผล ส.ส. ครบ 95% สัปดาห์หน้า แต่จุดสนใจ คือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี


ทั้งนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มกระบวนการพิจารณารับรองผล ส.ส. โดยในระบบเขต 330 คน เป็นกลุ่มที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน คาดจะมีการเสนอเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในการประชุมสัปดาห์หน้า (19 – 23 มิ.ย.66) จึงจะออกประกาศเรื่องรับรองผลการเลือกตั้งในคราวเดียวโดยอาจประกาศรับรอง ครบทั้ง 500 คน (ตามแผน  27 มิ.ย.66 ก่อน กกต. ท่านหนึ่งจะเกษียณอายุ 70 ปี) โดยการรับรองผลดังกล่าว คาดทำให้กระบวนการต่างๆเร็วขึ้นกว่าเดิมราว 2 สัปดาห์กว่าๆจาก Timeline การจัดตั้งรัฐบาลเดิม


ขณะที่แม้กระบวนการต่างๆจะเกิดเร็วขึ้นราว 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม วาระสำคัญของ ประเด็นนี้ คือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยผู้ที่จะผ่านการคัดเลือกต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน รวม 750 คน


ดังนั้นหมายความว่าต้องได้คะแนนเสียงสนับสนุน 376 คน ขึ้นไป ซึ่งเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีการลมมติข้อตกลง MOU ร่วมกันมีเพียง 312 เสียง จึงขาดอีก 64 เสียง ถึงจะมีคะแนนเสียงสนับสนุนเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.บางส่วน


ทั้งนี้จากข้อมูลที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ พบว่า ล่าสุดมีจำนวน ส.ว.ที่จะโหวตให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีราว 17 เสียง จึงต้องติดตามต่อเนื่องว่า หากเวลาดำเนินไปจนถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วจะได้คะแนน เสียงสนับสนุนถึง 376 เสียงจาก 750 เสียง ได้หรือไม่


โดยหากไม่ผ่านการโหวตก็จะทำให้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ต้องชะลอออกไป ซึ่งอาจทำให้ Fund Flow ต่างชาติหยุดชะงัด และ ส่งผลให้ SET Index ผันผวนจนกว่าจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ


[ กรณีหุ้น ITV ถ้ามีความผิดอาจแจ้งข้อกล่าวหาช่วงใกล้โหวตนายก ]

ส่วนมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า กกต. มีแนวโน้มรับรอง ส.ส. ทั้งหมด 500 คน ภายในสัปดาห์นี้ หรือต้นสัปดาห์หน้า (ตามที่คาดการณ์ไว้ ) โดยวานนี้เป็นวันแรกที่พิจารณารับรอง ส.ส. แบบแบ่งเขต 400 คน มี 330 คน ที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน คิดเป็น 82.5% ของ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด โดยขาดอีก 50 คน จะได้ 380 คน หรือ คิดเป็น 95% จะสามารถเปิดสภาฯ ได้ ส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน มักไม่ค่อยมีประเด็น


ด้านกรณีหุ้น ITV ของหัวหน้าพรรคก้าวไกล คาดว่า กกต. จะใช้เวลาในการพิจารณาอีกพอควร จึงมีโอกาสรับรองความเป็น ส.ส.ไปก่อน แล้วถ้าประเมินว่ามีความผิด คาดว่าจะนัดไต่สวนหรือแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงใกล้เคียงกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี


อย่างไรก็ตามแม้ว่าอาจเป็นเหตุให้ส.ว. ไม่โหวตสนับสนุนคุณพิธา แต่มองว่า 8 พรรคร่วมยังสามารถเสนอแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่มีคะแนนรองลงมา เช่น พรรคเพื่อไทยได้ เพราะฉะนั้น ความคืบหน้าทางการเมืองที่เกิดขึ้นจึงเป็นบวกต่อ SET INDEX โดยภาพรวม


[ คัดหุ้นรับผลบวกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ]

ส่วนมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเมืองวานนี้เป็นบวก หลักๆ คือ 1.ที่ประชุม กกต.มีมติรับทราบรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่มีเรื่องร้องเรียนได้ 330 เขตเลือกตั้ง และในวันที่ 14 มิ.ย. 2566 จะมีการประชุม กกต.อีกครั้งเพื่อพิจารณารับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ให้มี ส.ส.ครบร้อยละ 95 โดยหลังจากนั้นในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเป็นการลงนามรับรอง ทั้งนี้ กระบวนการรับรอง ส.ส.ถือเป็นจุดเริ่มที่เดินหน้าสู่กระบวนการถัดไป หนุนความชัดเจนการเมืองในประเทศ


และ 2. ทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ร่วมประชุมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย โดยได้เสนอ 3 มาตรการหลักที่จะเร่งฟื้นฟูเอสเอ็มอี ได้แก่ 1.การเพิ่มรายได้ อาทิ นโบบายหวยใบเสร็จ 2.การลดรายจ่ายทั้งด้านต้นทุนพลังงานและการเงิน 3.ขยายโอกาสให้เอสเอ็มอี เป็นบวกหุ้นได้ประโยชน์จากรัฐบาลใหม่ที่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก (MAKRO, GLOBAL, DOHOME, BBL, TTB, ADVANC, TNP, MC) เน้น BBL, MAKRO, GLOBAL, DOHOME

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator