เกิดอะไรขึ้น! เมื่อหุ้นน้ำมันร่วงยกแผง เผยกลยุทธ์เทรดกลุ่มนี้ต้องทำอย่างไร

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า จากกรณีที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง 7% จากเมื่อวานก่อน โดยนับเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 และลดลงรายวันแรงสุดนับตั้งแต่เดือนเม..2563 จากแรงขายทำกำไรความกังวลการแพร่ระบาดรอบ 3 ในประเทศแถบยุโรป ล่าสุดฝรั่งเศสประกาศ Lockdown เมืองปารีส  1 เดือน


รวมทั้งความไม่มั่นใจของวัคซีน AstraZeneca อาจทำให้การใช้งานวัคซีนมีความล่าช้า,ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า,สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น อุปสงค์น้ำมันดิบในภูมิภาคชะลอลงจากการเข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น อีกทั้งล่าสุดค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดที่ 1.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับลดลงจาก 2.28 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลในวันก่อนหน้า ทั้งนี้ปัจจัยดังกล่าวมีผลกดดันหุ้นพลังงานวันนี้


โดยนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เล่าให้ Wealthy Thai ฟังว่าสาเหตุที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงนั้นมาจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลล่าสหรัฐแข็งค่าขึ้น รวมถึงการระบาดรอบที่ 3 ในกลุ่มประเทศยุโรป โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสที่มีการสั่งล็อคดาวน์กรุงปารีสเป็นระยะเวลา  1เดือน


แต่อย่างไรก็ตามมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบราคาน้ำมันแค่เพียงช่วงสั้นเพราะตลาดกังวลว่าจะส่งผลให้ความต้องการน้ำมันชะลอตัวหรือลดลง แต่ในขณะเดียวกันในส่วนของเศรษฐกิจภาพใหญ่มองว่ายังมีความต้องการาคาน้ำมันอยู่จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอื่นๆในภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงการที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นนั้นก็เป็นสัญญาณให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐกำลังจะฟื้นตัว


สำหรับกลยุทธ์ในช่วงสั้นมองว่าราคาหุ้นในกลุ่มน้ำมันอาจจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามในระยะถัดไปมองว่าราคาหุ้นจะยืนทรงตัวได้ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ซึ่งหากราคาหุ้นปรับตัวตัวลดลงก็สามารถเข้าไปซื้อสะสมได้ ขณะเดียวกันเมื่อราคาน้ำมันทรงตัวระดับนี้ก็มีผลต่อกลุ่มปิโตรเคมี ที่จะทำให้ต้นทุนไม่สะท้อนราคาขายไปมากจนเกินไป


โดยแนะนำหุ้น SCC ที่เป็นกลุ่มปิโตเคมี และสายวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาหุ้นยังปรับตัวช้ากว่าในกลุ่ม ซึ่ง SCC มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เพราะ SCC ใช้วัตถุดิบผลิตปิโตรเคมีจากแนฟทา ซึ่งราคาแนฟทาจะใกล้เคียงกับราคาน้ำมันดังนั้นในช่วงสั้นเมื่อราคาน้ำมันลงราคาแนฟทาก็จะลงตามไปด้วย จึงส่งผลดีต่อทางต้นทุน


ยังประเมินกรอบราคาน้ำมันในช่วง 1-2 เดือนนี้ที่ระดับ 60-65  สหรัฐต่อบาร์เรล และจะไม่ต่ำกว่า 60  สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจะมีผลโดยตรงต่อ หุ้นน้ำมันอย่าง PTTEP ซึ่งเรายังคงแนะนำเป็น Trading BUY เพราะเรามองว่าระยะสั้นราคาน้ำมันอาจจะมีการย่อตัวลง แต่ราคาน้ำมันน่าจะยังอยู่ในกรอบ 65-70  สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาเป้าหมาย 120 บาท


แนะนำ Switch ไปหุ้นกลุ่มปลายน้ำอย่าง SCC (TP 430.00 บาท) ซึ่งราคาหุ้นยัง Laggard ค่อนข้างมา และ Valuation ปัจจุบันเองก็ Trade อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้ง PBV และ EV/EBITDA รวมถึงได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลง ส่งผลดีต่อต้นทุนทำให้ Margin ปรับดีขึ้น


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวโดยสรุปยังประเมินกรอบราคาน้ำมันในช่วง 1-2 เดือนนี้ที่ระดับ 60-65 สหรัฐต่อบาร์เรล และจะไม่ต่ำกว่า 60 สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจะมีผลโดยตรงต่อ หุ้นน้ำมันอย่าง PTTEP ซึ่งเรายังคงแนะนำเป็น Trading BUY เพราะเรามองว่าระยะสั้นราคาน้ำมันอาจจะมีการย่อตัวลง แต่ราคาน้ำมันน่าจะยังอยู่ในกรอบ 65-70 สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาเป้าหมาย 120 บาท  


ทั้งนี้ แนะนำ Switch ไปหุ้นกลุ่มปลายน้ำอย่าง SCC (TP 430.00 บาท) ซึ่งราคาหุ้นยัง Laggard ค่อนข้างมา และ Valuation ปัจจุบันเองก็ Trade อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้ง PBV และ EV/EBITDA รวมถึงได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลง ส่งผลดีต่อต้นทุนทำให้ Margin ปรับดีขึ้น


ล่าสุดราคาน้ำมันร่วงลงแรงกว่า 8% โดยเมื่อคืนนี้ราคาน้ำมัน Brent มีการปรับตัวลงแรงมาอยู่ที่ระดับ USD62/bbl หรือลดลงกว่า 8% เป็นการปรับตัวลงของน้ำมัน 5 วันติดต่อกัน และนับว่าเป็นการปรับลงมากที่สุดใน 1 วันนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2020 (Fig 1) จากความกังวลเรื่องความต้องการน้ำมันที่ยังฟื้นตัวช้า


ด้วยที่หลายประเทศในกลุ่มยุโรปเริ่มมีการห้ามใช้วัคซีน Astrazeneca ในขณะที่รายงานตัวเลข U.S. Crude inventory เมื่อสัปดาห์ก่อนปรับขึ้นกว่า 2.5 ล้านบาร์เรล รวมถึง Dollar Index ที่มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดยราคาน้ำมันกับ Dollar Index จะมี Negative correlation (ที่มา Reuters)


ราคาน้ำมันที่ปรับลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้เหนือความคาดหมายของเรา (ดูรายละเอียดในบทวิเคราะห์ Energy Sector วันที่ 9 มี.ค.) ว่าราคาน้ำมันจะมีการปรับตัวลงในระยะสั้น ซึ่งเราก็ยังประเมินว่าราคาน้ำมันจะยังอยู่ในช่วงกรอบ 60-65  และจะไม่ต่ำกว่า 60  สหรัฐต่อบาร์เรล ด้วยที่ซาอุฯ ยังเป็นคนที่คอยควบคุมปริมาณ Supply ให้สอดรับกับ Demand ซึ่งถ้าในกรณีที่ Demand เกิดลดลงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ เรายังเชื่อว่าซาอุฯ จะยังสามารถลดกำลังการผลิตได้อีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
News Highlight
พูลอุดม ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain ยกระดับวัตถุดิบอาหารสัตว์–โลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ รับทิศทางการค้าโลก
Updated 17 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง
Updated 14 hours ago
Fund Move
"UOB Group" ได้บรรลุข้อตกลงในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองธุรกิจของกลุ่ม "UOB Asset Management Ltd" ของทั้งภูมิภาค...ให้แก่ "Allianz Global Investors" คาดเรียบร้อยปีหน้า
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
กลุ่มท่องเที่ยว-F&B รับอานิสงส์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โรงแรม-ร้านอาหาร รับแรงหนุน Voucher ชู CENTEL-MAGURO เด่นรับกำลังซื้อเพิ่ม
Updated 1 day ago
Fun of Funds
หวั่น “TISA-เวอร์ชั่นใหม่” เกาไม่ถูกที่คัน... แก้ปัญหา “เหลื่อมล้ำทางภาษี” ไม่ได้ !!!
Updated 17 hours ago
Follow Us