เปิดโผ 7 หุ้นเป้าหมาย “วินโดว์ เดรสซิ่ง” นักลงทุนสถาบันลุยเก็บหุ้นไทยไม่หยุด คาดเข้าซื้อไปจนถึง วันที่ 28 มิ.ย.นี้
โบรกฯ ประเมินนักลงทุนสถาบันจะเข้าสะสมหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 28 มิ.ย. 2566 และมีโอกาสทำ Window Dressing เนื่องจากการเมืองในประเทศมีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น จีนออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลประกอบการไตรมาส 2/66 ของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมคาด 7 หุ้นจะถูกทำ Window Dressing
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถิติชี้ชัด Window Dressing ไตรมาส 2 มีอยู่จริง โดยไตรมาส 2 เป็นไตรมาสที่จะมีการปรับหุ้นเข้า-ออกจากดัชนี SET50 Index และ SET100 Index ในวันทำการสุดท้ายของไตรมาส ซึ่งในวันดังกล่าวดัชนี SET50 Index, SET100 Index และ SET Index จะมีความผันผวนสูง เนื่องจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศที่ใช้ SET50 Index หรือ SET100 Index เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของกองทุน จะต้องมีการปรับน้ำหนักการลงทุน
ทั้งนี้ Passive Fund จะต้องปรับตาม SET50 Index หรือ SET100 Index และ Active Fund จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงน้ำหนักการลงทุนของหุ้นในพอร์ตเมื่อเทียบกับตัวชี้วัด จึงทำให้ในทุกวันทำการสุดท้ายของไตรมาส 2 จะมีแรงซื้อ-ขายมากกว่าปกติ ซึ่งประเมินว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ และไม่สามารถคาดการณ์ถึงทิศทางได้
ดังนั้นจึงทำการศึกษาลักษณะการเคลื่อนไหวของ SET50 Index ใน 5 วันทำการสุดท้ายของไตรมาส 2 ย้อนหลัง 10 ปี และพบว่าวันทำการที่ 3 และวันทำการที่ 4 ก่อนสิ้นสุดไตรมาส SET50 Index มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกที่ระดับ 0.5% และ 0.4% เมื่อเทียบวันก่อนหน้า ตามลำดับ ด้วยความน่าจะเป็นที่สูงถึง 50% และ 80% ตามลาดับ เพราะฉะนั้นจึงได้ข้อสรุปว่าไตรมาส 2 เป็นไตรมาสที่มีโอกาสเกิด Window Dressing สูง เพียงแค่ไม่ได้เกิดขึ้นในวันทาการสุดท้าย
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเกิด Window Dressing ในไตรมาส 2 โดยประเมินว่านักลงทุนสถาบันจะเข้าสะสมหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 28 มิ.ย. 2566 และมีโอกาสทำ Window Dressing เนื่องจาก 1.สถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น หลังจาก กกต.ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้ง 500 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
2.จีนออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยลดดอกเบี้ยระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวลง 0.1% พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต ขณะที่เศรษฐกิจของไทยพึ่งพาเศรษฐกิจจีนเป็นอย่างมาก การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจึงส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ และตลาดทุนไทยเช่นเดียวกัน
และ 3.แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 ของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวโยงไปกับการบริโภคในประเทศ (Domestic Play) สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.66 ที่ระดับ 56.6 จุด ทำระดับสูงสุดในรอบ 53 เดือน
ดังนั้นหากอิงข้อมูลสิ้นสุดวันที่ 20 มิ.ย. 66 SET50 Index ให้ผลตอบแทน ติดลบ 4.07% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ที่ SET50 Index มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกราว 0.58% ทำให้ประเมินว่าโอกาสที่จะเกิด Window Dressing มีสูงขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นแรงซื้อในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือเป็นหุ้นที่มี Market Cap ขนาดใหญ่ เพื่อให้ Performance โดยรวมของกองทุนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น หรือให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด (SET50 Index) โดยหุ้นที่คาดว่าจะถูกทำ Window Dressing ได้แก่ BANPU, CENTEL, BEM, CBG, SCB, CPALL และ AOT
