เรื่องหมูๆ ให้ไว้ใจ CPF สตอรี่น่าสนใจ กับราคามีอัพไซด์
โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF ถือเป็นโรคไวรัสที่ติดต่อร้ายแรงในสุกรที่แพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตสุกรออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นเหตุให้ราคาสุกรยังยืนในระดับสูง ดังนั้นถือเป็น sentiment เชิงบวกต่อ CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
สำหรับ CPF เป็นบริษัทประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่จำแนกธุรกิจหลักตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) ธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed) ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ 2) ธุรกิจเลี้ยงสัตว์-แปรรูป (Farm-Processing) ได้แก่ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า และการแปรรูปเนื้อสัตว์ขั้นพื้นฐาน 3) ธุรกิจอาหาร (Food) ได้แก่ การผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก และการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารพร้อมรับประทาน รวมถึงกิจการค้าปลีกอาหารและร้านอาหาร
ล่าสุด CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 12 มี.ค.64 มีมติอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญอีก 43.30% ใน C.P.Aquaculture (lndia) Private Limaited จากบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ C.T. Progressive (Investment) Ltd. มูลค่าประมาณ 1,445 ล้านบาท โดยภายหลังการเข้าทำรายการครั้งนี้จะทำให้ CPF ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 75% จากเดิมที่มีสัดส่วน 31.70% และส่งผลให้บริษัทดังกล่าวเปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของ CPF
“ธุรกิจหลักยังดีต่อเนื่องในปี 2564 จากธุรกิจสุกรในไทย จีนและเวียดนามดีต่อเนื่อง เป็นผลมาจากปัญหาสุกรขาดแคลน ธุรกิจกุ้งเติบโตต่อเนื่อง และช่องทางการขายสินค้าผ่าน LOTUS’s มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้แนวโน้มกำไรปกติงวดไตรมาส 1/64 จะเพิ่มขึ้นจากงวดไตรมาส 4/63 และไตรมาส 1/63 นอกจากนี้ ยังมีสินค้าใหม่ อาทิ Plant based meat ที่จะเริ่มเปิดตัวในไทยในพ.ค. 64 และเตรียมส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก”นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าว
พร้อมยังบอกอีกว่า CPF ยังศึกษาทำธุรกิจกัญชงครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วย ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อีกทั้งปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่า 1% ถือว่าสร้าง Sentiment เชิงบวกแก่ราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation สนใจ มีค่า PER เพียง 9 เท่า PBV เพียง 1.1 เท่า และมี Upside สูงเกือบ 37% โดยให้ Fair Value ที่ 42.00 บาท
ผลิตสินค้า Plant-based และเตรียมออกสินค้ากัญชง
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CPF ลุยกัญชงเต็มรูปแบบ โดย CPF RD Center จะพัฒนานวัตกรรมอาหารโดยใช้สารสำคัญในพืชกัญชง ส่วนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ซึ่งเชี่ยวชาญในการผลิตพืชกัญชงจะมาช่วยวางระบบการจัดการวัตถุดิบกัญชง คาดว่าจะพร้อมผลิตอาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกัญชงที่ดีต่อสุขภาพจะออกสู่ตลาดได้ภายในปีนี้
ทั้งนี้มองว่าการเข้ามาของ CPF ในการรุกธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชงถือว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวต่อรายได้และกำไรของ CPF โดยมองเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเราในระยะยาว เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPF ที่ราคาเป้าหมาย 40 บาท
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CPF ยึดแนวทางธุรกิจแบบครบวงจร การขยายไปหลายประเทศทั่วโลก และการเพิ่มสินค้ามูลค่าเพิ่ม โดยขยายไปสู่สินค้านวัตกรรม เช่น Plant-based ซึ่งจะเริ่มออกขายในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งตั้งทีมมาศึกษาการใช้กัญชง โดยคาดว่าจะทำทั้ง Whole value chain ซึ่งคาดว่าในระยะสั้นจะมีผลบวกจำกัด เนื่องจากฐานรายได้ CPF ค่อนข้างสูง แต่เป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว
ขณะที่คาดว่าปีนี้ยอดขายของ CPF ลดลงจากการ Deconsolidate ธุรกิจอาหารสัตว์ในจีนและอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น แต่คาดว่ากำไรปกติของ CPF เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจหมูครบวงจรในจีน (CTI) เป็นเวลาเต็มปีหลังจากเข้าถือหุ้น 35% ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2563 ส่วนผลกระทบจากราคากากถั่วเหลืองที่เพิ่มสูงขึ้นคาดว่าจะถูกจำกัดด้วยการปรับสูตรอาหารสัตว์ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ภายใต้ระบบสาธารณสุขที่ดี และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงลดลง
นอกจากนี้ CPF มีการขยายการเลี้ยงหมูในไทยและเวียดนามรวมเพิ่มขึ้น 16% เป็น 13 ล้านตัว/ปี ส่วนธูรกิจหมูในจีน (CTI) เพิ่มการเลี้ยง 33% เป็น 6 ล้านตัว/ปี รองรับกับ Supply หมูที่ยังขาดแคลนจากการที่ ASF ยังระบาดอยู่เป็นระยะทั้งในเวียดนามและจีน ราคาหมูเวียดนามปัจจุบันยังยืนสูงที่ 75,000-78,000 VND/กก. และคาดว่าทรงตัวสูงเหมือนปีก่อนที่เฉลี่ย 74,654 VND/กก. ได้
ส่วนราคาหมูในจีนยังอยู่ในระดับสูง 28-30 RMB/กก. ราคาหมูในไทย 76-80 บาท/กก. โดยคาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่เฉลี่ย 74.6 บาท/กก. เนื่องจากการบริโภคฟื้นตัวหลังโควิดคลี่คลาย และ Supply หมูยังตึงตัว ดังนั้นจึงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 45.25 บาท โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2564 จะอยู่ที่ระดับ 26,523 ล้านบาท เติบโตจากปี 2563 ที่อยู่ระดับ 26,022 ล้านบาท
ปรับคาดการณ์กำไรปีนี้ขึ้นอีก 3%
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด บอกว่า ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2564 ขึ้นราว 3% จากประมาณการก่อนหน้ามาอยู่ที่ 29,152 ล้านบาท เติบโต 12% จากปี 2563 ในขณะที่คงราคาเป้าหมายที่ 45 บาท อิง PER ย้อนหลังที่ 13.2 เท่า Valuation ค่อนข้างน่าสนใจ เนื่องจากปัจจุบันซื้อขายกันที่ Forward PER ปี 64 เพียง 9 เท่า จึงยังคงแนะนำ ซื้อ
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คงคำแนะนำ ซื้อ กำหนดราคาพื้นฐานเป็น 43.00 บาท โดยได้รับผลดีของราคาเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อหมูยังอยู่ในระดับสูงในประเทศ เวียดนาม จีน และไทย ซึ่งเป็นตลาดหลัก เพราะอุปทานได้รับผลกระทบจากไข้หวัดแอฟริกัน (AFS) ในหมูอยู่ ส่วนอุปสงค์ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ด้านราคาเนื้อไก่แม้อยู่ในระดับเดียวกับปีที่แล้ว แต่ความต้องการบริโภคมีสูงขึ้น จึงคาดว่าจะมีการฟื้นตัวได้ในปีนี้ ส่วนข่าวเรื่องการระบาด AFS ในไทยยังไม่มี แต่โรค PRRS แม้จะมีในไทย ปัจจุบันก็มีวัคซีน และ CPF ใช้วิธีการทำฟาร์มแบบ Biosecurity จึงมีความปลอดภัยสูง
ด้านความกังวลเรื่องต้นทุนวัตถุดิบสูง ความจริงแล้วอยู่ในเกณฑ์จำกัด เช่นในกรณีถั่วเหลืองที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้นมา แต่ความจริงแล้วเป็นสัดส่วนที่ 20% ของวัตถุดิบทั้งหมด และวัตถุดิบเป็นสัดส่วนราว 60% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด สุทธิแล้วถั่วเหลืองจึงเป็นสัดส่วนเพียง 12% ของต้นทุนทั้งหมด ดังนั้นการปรับขึ้นจึงมีผลไม่มากนัก อีกทั้งบริษัทได้พยายามหาวิธีประหยัดต้นทุน ด้วยการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้
สำหรับการได้รับประโยชน์จากเทสโก้ โลตัส ที่มีส่วนร่วมในการซื้อ บริษัทได้มีส่วนร่วมในการเข้าซื้อ Lotus Asia (Thailand) ในสัดส่วน 20% ประโยชน์ คือ ทางบริษัทสามารถจะเพิ่มยอดขายสินค้าไปยังโลตัสได้มากขึ้น ก่อนจะมีดีล ยอดขายยังอยู่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท แต่ในปัจจุบันยอดขายถือว่ามากกว่าหรือน้อยกว่าขายให้ Makro ไม่มากแล้ว ด้วยการผลักดันสินค้าที่เป็นแบรนด์ของ CPF เข้าไปจำหน่าย และคาดว่าในอนาคตจะยิ่งมียอดขายมากขึ้นไปอีก และจะใช้พื้นที่ของโลตัสในการไปเปิด Outlet จำหน่ายให้มากขึ้น ทั้งนี้ในงวดไตรมาส 4/63 หากไม่นับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ พบว่าเป็นระดับที่มีกำไร
นอกจากนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้างในธุรกิจกัญชง บริษัทได้ลงนามในสัญญากับ ม.แม่โจ้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการเกษตรที่รู้จักกันดีในโซนภาคเหนือ ทางมหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบทางด้านต้นน้ำ (Upstream Process) ก็คือ ด้านการปลูกกัญชง ส่วน CPF จะเน้นด้านปลายน้ำ (Downstream Process) คือ ผลิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันยังเปิดกว้างสำหรับพันธมิตรรายใหม่ ทางบริษัทคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ภายในปีนี้

