จำลองเหตุการณ์จัดตั้งรัฐบาล จะมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง?

ต้องยอมรับว่าการเมืองมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างมาก ซึ่งในประเทศไทยเองก็เช่นกัน ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาจำลองเหตุการณ์กันว่า การจัดตั้งรัฐบาลของขั้วไหนจะมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง ผ่านการประเมินของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)


ทั้งนี้นักวิเคราะห์ค่ายดังกล่าว ประเมินความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยกรณีแรก ก้าวไกล ซึ่งคาดการณ์พรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาล คือ เพื่อไทย ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย ประชาชาติ เป็นธรรม พลังสังคมใหม่ และเพื่อไทรวมพลัง โดยประเมินทิศทางตลาดหุ้น หากพรรคคะแนนเสียงสูงสุดได้จัดตั้งรัฐบาล และ สว. สนับสนุนพิธา ตลาดน่าจะเบาใจในระดับหนึ่ง


แต่นโยบายที่มีผลต่อตลาดหุ้น อาจกดดันหุ้นเหล่านั้นมากขึ้น (ต้องดูการแถลงนโยบายรัฐบาล) เรื่องที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ


โดยมองตลาดหุ้นจะบวกได้ไม่มาก เพราะรัฐบาลจะได้เริ่มงาน แต่ความขัดแย้ง (สังคม+ม.112 อาจตามมา) โดยนักลงทุนต่างประเทศจะกลับมาซื้อเมื่อแน่ใจว่าการเมืองจะไม่สะดุด โดยหุ้นได้ประโยชน์ หุ้นโรงพยาบาล (BCH, CHG) หรือหุ้นอิงการลงทุน อย่าง WHA, AMATA, BEM


ส่วนกรณีที่สอง เพื่อไทย ก้าวไกล ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย ประชาชาติ เป็นธรรม พลังสังคมใหม่ และเพื่อไทรวมพลัง มองว่า จะเกิดได้กรณีที่คะแนนเสียงโหวต นายพิธาไม่ถึง 376 เสียง หรือ นายพิธา ถูกตัดสิทธิทางการเมือง (ผิดกฎ-กติกาอย่างใดอย่างหนึ่ง)


โดยประเมินตลาดหุ้น อาจบวกได้มากกว่ากรณีแรก (ก้าวไกล เป็นแกนนำ) เพราะ การบริหารโดย "เพื่อไทย" น่าจะมีคนทำงาน ความขัดแย้งมีน้อยกว่าให้ "ก้าวไกล" เป็นรัฐบาล  ซึ่งหุ้นลบไม่ค่อยมี มีแต่หุ้นบวกจะเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของตลาด โดยเฉพาะหุ้นที่เคยปรับตัวลง เพราะนโยบาย "ก้าวไกล" เช่น หุ้นโรงไฟฟ้า BEM และหุ้นที่เคยถูกกล่าวหาว่าผูกขาดทางธุรกิจอย่าง GULF, CPALL, MAKRO


สุดท้ายกรณีที่สาม เพื่อไทย รวมกับพรรคไม่ใช่ก้าวไกล ทั้งภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า และ พรรคอื่นๆจะเกิดได้กรณีที่ คะแนนเสียงโหวต นายพิธา ไม่ถึง 376 เสียง หรือ นายพิธาถูกตัดสิทธิทางการเมือง (ผิดกฎ-กติกาอย่างใดอย่างหนึ่ง) และเพื่อไทยตัดสินใจย้ายข้าง


โดยมองว่าตลาดหุ้นจะถูกกระทบ แต่สุดท้ายน่าจะดี เพราะการบริหารโดย "เพื่อไทย" น่าจะมีคนทำงาน ความขัดแย้งมีน้อยกว่าให้ "ก้าวไกล" เป็นรัฐบาลแต่ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การเคลื่อนไหวของผู้ให้การสนับสนุน "ก้าวไกล" ที่อาจออกมาเคลื่อนไหว


โดยมองว่า กรณีนี้ หุ้นลบ ไม่ค่อยมี มีแต่หุ้นบวกจะเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของตลาด โดยเฉพาะหุ้นที่เคยปรับตัวลง เพราะนโยบาย "ก้าวไกล" เช่นหุ้นโรงไฟฟ้า BEM และหุ้นที่เคยถูกกล่าวหาว่าผูกขาดทาง ธุรกิจ อย่าง GULF, CPALL, MAKRO


ขณะที่ในมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า เชื่อว่าตลาดชอบกรณีที่เพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าเป็นพรรคสนับสนุนทุนนิยมและเอื้อต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตรงกันข้ามกับนโยบายรัฐสวัสดิการ ไม่เอื้อต่อระบบทุนนิยม และนโยบายการปฏิรูปที่ละเอียดอ่อนของก้าวไกล ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพ


โดยคาดว่าในที่สุดเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และตลาดปรับตัวขึ้น สำหรับจังหวะเวลาแนะนำให้นักลงทุนเริ่ม “ซื้อ” ตั้งแต่ตอนนี้ เนื่องจาก SET เป็นตลาดที่ผลตอบแทนต่ำที่สุดในเกือบทั้งโลกไปแล้ว และแนะนำให้ “ซื้อ” เพิ่มในภายหลังเผื่อว่ามีการประท้วงบนท้องถนนหากนายพิธาได้คะแนนเสียงไม่เพียงพอ


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us