วัคซีนพาสปอร์ตคือความหวัง “AMATA” กับผลงานปี 64 ที่รอการกลับมา
ล่าสุดรัฐบาลในหลายประเทศได้ทยอยฉีดวัคซันให้กับประชาชนของตัวเองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน Covid-19 โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ประเทศที่ประชากรได้รับวัคซีนครบโด๊สตามเกณฑ์สูงสุดเมื่อเทียบสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ ได้แก่ อิสราเอล เซเซลส์ และบาห์เรน จากความคืบหน้าการฉีดวัคซีนจึงทำให้เกิดแนวคิดการใช้วัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าบุคคลนั้นได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค Covid-19 ครบโด๊สตามที่กำหนด เป็นหนึ่งในเครื่องมือเข้ามาช่วยคัดกรองและลดอุปสรรคในการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้กิจกรรมเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวของประเทศสามารถขับเคลื่อนได้
สำหรับประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการใช้วัคซีนพาสปอร์ต โดยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเห็นชอบการลดวันกักตัวสำหรับชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทย โดยชาวต่างชาติมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน ไม่เกิน 3 เดือน เอกสารรับรองปลอด Covid-19 ใน 72 ชั่วโมง และตรวจหาเชื้ออีกครั้งในประเทศไทยไม่พบเชื้อลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน ยกเว้นผู้ที่เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาให้กักตัว 14 วัน ขณะที่ชาวต่างชาติไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน Covid-19 มีเพียงเอกสารรับรองปลอด Covid-19 ใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางลดวันกักตัวเหลือ 10 วัน โดยแนวทางดังกล่าวยังต้องรอนำเสนอ ศบค. ชุดใหญ่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 64 เป็นต้นไป
โดยหุ้นที่จะได้รับผลบวกจากประเด็นดังกล่าวนอกเหนือจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงพยาบาล และค้าปลีกแล้ว คือ หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เพราะที่ผ่านมาการเดินทางข้ามประเทศหยุดชะงัก ทำให้นักลงทุนต่างชาติหรือผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมไทยไม่สามารถเดินเข้ามาได้ ทำให้ยอดขายที่ดินของผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่แนวคิดการใช้วัคซีนพาสปอร์ต ซึ่งจะลดวันกักตัวสำหรับต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย นับเป็นความหวังของกลุ่มผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA หรือ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
วัคซีนพาสปอร์ตเป็นแรงกระตุ้น
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า คาดการณ์กำไรไตรมาส 1/64 ของ AMATA จะทรงตัวจากไตรมาส 1/63 เพราะนักลงทุนยังมีอุปสรรคในการเดินทางที่ต้องกักตัว 14 ตัว ซึ่งกรมควบคุมโรคติดต่อได้ศึกษาเตรียมจัดทำวัคซีนพาสปอร์ตที่ช่วยลดจำนวนวันกักตัว หากเริ่มบังคับใช้ได้เร็ว จพช่วยกระตุ้นยอดพรีเซลนิคมฯ AMATA ในพื้นที่ EEC โดยปัจจุบัน AMATA ยังมีการเจรจากับลูกค้าสม่ำเสมอ ทั้งลูกค้าที่ต้องการที่ดินแปลงเล็กและแปลงใหญ่ระดับ 100 ไร่ ดังนั้น AMATA จึงคาดหวังยอดพรีเซลปี 2564 ที่ 950 ไร่ ขณะเดียวกันนิคมฯ เวียดนามมีลูกค้าลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เข้ามาแล้วจำนวน 60 HA หรือประมาณ 400 ไร่ คาดว่าจะทยอยโอนเพื่อรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/64 ช่วยสนับสนุนกำไรครึ่งหลังของปีนี้ให้เติบโตโดดเด่น
นิคมฯ เวียดนามเริ่มมีความคืบหน้า
สำหรับนิคมฯ 2 แห่งของ AMATA ในเวียดนามปัจจุบันมีความชัดเจนขึ้น โดยต้นปีที่ผ่านมา นิคมฯ Halong สามารถเซ็น MOU กับลูกค้า 60 HA ซึ่งนับเป็นยอด Presale ได้ประมาณ 30 Ha (190 ไร่) ส่วนนิคมฯ Long Thanh จะสามารถขายพรีเซลได้ในครึ่งหลังปี 2564 หากได้รับเอกสารจากหน่วยงานท้องถิ่น ทำให้ปีนี้มีโอกาสจะได้เห็นยอดโอนอย่างน้อย 190 ไร่ เทียบกับปี 2563 ที่ไม่มียอดโอนที่ดินในเวียดนาม ส่วนประเด็นรัฐประหารเมียนมา AMATA ยังไม่ได้ล้มเลิกลงทุน แต่คอยประเมินสถานการณ์และเมื่อเหตุการณ์เป็นปกติจะส่งทีมงานเข้าไปดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนของวัคซีนพาสปอร์ตเป็น Sentiment กระตุ้นราคาหุ้น เมื่อบังคับใช้จะสนับสนุนให้กำไร AMATA ฟื้นตัวเด่นในครึ่งหลังของปี 2564 แนะนำซื้อ 24.99 บาท ประเมินมี Upside 29.5%

