KBANK ดิ่งแรงสวนตลาดกว่า 3% หลังแผนปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ กระทบการเติบโต โบรกฯ เล็งทบทวนคำแนะนำ
ราคาหุ้น KBANK ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง ล่าสุดปรับลดลงกว่า 3.37% จากราคาปิดก่อนหน้า ล่าสุดนักวิเคราะห์บล.ธนชาต มองว่า แผน clean-up งบดุลเพื่อที่จะปรับโครงสร้างกลุ่มลูกค้า ล่าช้าออกไปเป็นปีหน้า กดดันให้ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น ให้มี downside risk ต่อประมาณการกำไร ส่วนบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า ความพยายามที่จะปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ อาจกระทบการเติบโต
นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า KBANK แผน clean-up งบดุลเพื่อที่จะปรับโครงสร้างกลุ่มลูกค้า ล่าช้าออกไปเป็นปีหน้า จากเดิมที่คาดว่าจะสิ้นสุดปลายปีนี้ กดดันให้ต้นทุน (Credit cost) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.1% และในปีหน้าก็คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงที่ 1.6-2% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวยังไม่แข็งแรง
สำหรับสินเชื่อ ทรงตัวนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน เนื่องจากธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมทรงตัว ถูกกดดันจากค่าธรรมเนียมตลาดทุน โดยเรื่องเดียวที่เติบโตได้ดี คือการขยายตัวของ NIM ตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น
อย่างไรก็ดี ด้วย Credit cost ที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าการเติบโตของสินเชื่อ ทำให้มี downside risk ต่อประมาณการกำไรของฝ่ายวิจัยในปีหน้า ฝ่ายวิจัยจึงต้องทบทวนคำแนะนำอีกครั้ง ในทางกลยุทธ์ แนะนำ “ซื้อ” BBL SCB และ TTB มากกว่า จากแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง
[ปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ อาจกระทบการเติบโต]
ส่วนนักวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า KBANK กลับเผยงบครึ่งแรกออกมาน่าผิดหวัง จากหนี้เสียของลูกค้ารายใหญ่ กดให้กำไรหดตัวลง
ขณะที่ KBANK ความพยายามที่จะปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ อาจกระทบการเติบโต โดยสินเชื่อยังคงหดตัวในทุกประเภทสินเชื่อ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปล่อยกู้อย่างระมัดระวัง และความพยายามปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งอาจจะทำให้สินเชื่อในปีนี้ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 5 – 7%
ทั้งนี้การตั้งสำรองจะยังคงสูงต่อในช่วงที่เหลือของปี และจะทำให้การตั้งสำรองในระดับปกติที่ 140 – 160 bps อาจจะเริ่มต้นช้าออกไปจนปี 68 จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 67 อย่างไรก็ตามในปี 67 การตั้งสำรองจะลดลงจากปี 66 ที่ครึ่งปีแรก 66 มีการตั้ง 206 bps
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอาจจะดีกว่าเป้า 3.3 – 3.45% โดยครึ่งแรกของปี 66 อยู่ที่ 3.54% แล้ว ยังคงประมาณการกำไร และคงราคาพื้นฐาน 165 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”
