ANAN ไตรมาส 2 ขาดทุนหนัก 84.5 ลบ. ส่วน “แอชตัน อโศก” มั่นใจแก้ปัญหาได้ แต่อาจพิจารณาตั้งสำรองในไตรมาสถัดไป
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยว่า ไตรมาส 2/66 มีผลขาดทุนสุทธิ 84.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 43 ล้านบาท
โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 30.3% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.9% และ ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 53.3% ทั้งนี้ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าดีขึ้น 277.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้การโอนต่อเนื่องจากโครงการ ไอดีโอ จุฬา - สามย่าน , ไอดีโอ พระราม9 –อโศก
ทั้งนี้รายได้รวมในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 818.2 ล้านบาท ลดลง 20.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสาเหตุมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กว่า 30.3% และรายได้จากการบริหารโครงการและค่านายหน้าลดลงดว่า 18%
สำหรับประเด็น “แอชตัน อโศก” นั้น โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง และดัดแปลงโครงการอาคารชุดที่ออกให้แก่ โครงการ แอชตัน อโศก (โครงการ) เนื่องจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไม่สามารถอนุญาตให้นำที่ดินของ รฟม. ไปเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นทางเข้าออกของโครงการได้
เพราะเป็นการขัดต่อวัตถุประสงคก์ารเวนคืน และมีข้อสงวนสิทธิ์ในใบอนุญาตผ่านทาง ทำให้ไม่สอดคลอ้งกับ กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ออกให้แก่ผู้ร้องสอด โดยให้มีผลย้อนหลัง ถึงวันที่ออกหนังสือฉบับดังกล่าว
ทั้งนี้ แม้ศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร แต่ปัจจุบันอนันดา เอ็มเอฟฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาหาแนวทางกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่หลายแนวทาง โดยอนันดา เอ็มเอฟฯจะขอเข้าพบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือ และอนันดา เอ็มเอฟฯ มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องการเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างฯ ภายใต้กรอบของ กฎหมายได้
โดยปัจจุบันบริษัทไม่อยู่ในสถานการณ์ที่สามารถประเมินจำนวนเงินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนหลายส่วนจากผลกระทบต่อกิจการ ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนขึ้น และจะได้พิจารณาแนวทางในการตั้งสำรองในไตรมาสถัดไป
