จับตาพรุ่งนี้ ศาลฯชี้ขาด “พิธา” หากไม่รับคำร้อง หนุนการโหวตนายกเดินหน้าต่อ โบรกฯชี้ ดึงเงินต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีความเห็นว่า วันศุกร์ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยประกาศว่าได้พรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม คือ พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงทำให้เสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลล่าสุดอยู่ที่ 315 เสียง(เสียงพรรคพลังประชารัฐ 40 / รวมไทยสร้างชาติ 36) ซึ่งต้องหาเสียง สนับสนุนจากวุฒิสมาชิกอีก 61 เสียง จึงจะสามารถผ่านการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทยได้โดยท่าทีของ สว. สะท้อนโอกาสที่ทำให้การโหวตนายกรอบที่ 3 มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
โดยประเด็นต้องติดตาม คือ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) ว่าจะพิจารณารับ หรือ ไม่รับ คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เสนอให้วินิจฉัย การใช้ข้อบังคับการประชุมที่ 41 ของรัฐสภา ในการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งหากศาลไม่มีคำสั่งห้ามใดๆ หรือ ไม่รับไว้พิจารณาใดๆ ก็น่าจะทำให้กระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเดินหน้าไปด้วยดีโดยตลาดคาดว่าวันโหวตนายกจะอยู่ในช่วง 18-22 ส.ค.66
ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าว ทำให้ในช่วงสั้นสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อ SET Index ทั้งในมุมของ Flow ต่างชาติ และมูลค่าการซื้อขายให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่ระยะกลาง-ยาว หลังได้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดใหม่ที่มีเสถียรภาพ คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จะกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง หลังล่าสุดเดือน ก.ค.66 ปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 14 เดือนจาก 56.7 จุด สู่ระดับ 55.6 จุด
สรุป ภาพการเมือง กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ส่งสัญญาณสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้แกนนำ คือ พรรคเพื่อไทย ทำให้การโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่ กำลังจะเกิดขึ้น มีโอกาสสำเร็จสูง ดังนั้น SET Index มีโอกาส Outperform ตลาดหุ้นอื่นๆช่วงสั้น
นอกจากนี้ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ส.ค. หากมีการโหวตได้นายกฯ คนใหม่ได้เร็ว ก่อน 22 ส.ค. 66 ในวันถัดมา 23 - 25 ส.ค. 66 จะมีการจัดงาน Thailand Focus พอดี น่าจะได้รับความสนใจ และเป็นแรงจูงใจในการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างมากขึ้น หนุนให้ Fund Flow มีโอกาสไหลกลับเข้ามาหนุนตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปได้
ดังนั้นทิศทางการเมืองใกล้เข้าสู่จุดเปลี่ยน และคาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อจากนี้ คาดช่วยหนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนค่อยๆ ฟื้นขึ้น ค่าเงินบาทเริ่มชะลอการอ่อนค่า ซึ่งน่าจะหนุนให้ Fund Flow กลับมาไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้ หลังจากขายสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีเกิน 1.2 แสนล้านบาท (ytd)
ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หากจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ โดยนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ประเมินความคืบหน้าทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น นำโดยเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ทั้งนี้ล่าสุดเพื่อไทยสามารถรวมคะแนนเสียงได้ 314 เสียง ทำให้ต้องการเสียงหนุนจาก สว. อีกเพียง 60 เสียงเท่านั้นนอกจากนี้ทางเพื่อไทยยังประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง หากได้เป็นรัฐบาล อาทิ
1. เติมเงิน Digital wallet คนละ 10,000 บาท
2. ลดค่าไฟ น้ำมัน ทันที
3. พักหนี้เกษตรกร 3 ปี หนี้ SME 1 ปี
4. ผลักดันการท่องเที่ยว ลดขั้นตอนการทำ Visa
5. เจรจากับต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดส่งออกใหม่
ดังนั้นจากประเด็นดังกล่าว จึงมองว่าจะเป็นผล “บวก” ต่อกลุ่มค้าปลีก-ท่องเที่ยว-Finance อย่าง CPALL CRC CPAXT MINT CENTEL BA AOT SAWAD MTC TIDLOR
