Official Update :

OR มองผลงานครึ่งหลังสดใส หาโอกาสลงทุนธุรกิจสุขภาพ-ท่องเที่ยว พร้อมอัดงบ 100 ล้านเหรียญฯ ลุยกัมพูชา

OR มองผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 66 สดใส หลังภาคการท่องเที่ยวฟื้น หนุนความต้องการน้ำมันเครื่องบิน-ยอดใช้จ่ายผ่านปั๊มน้ำมัน พร้อมมั่นใจไตรมาส 4/66 มีกำไร เหตุไร้ผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน-บริหารจัดการต้นดีขึ้น พร้อมเตรียมทุ่มงบกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลุยตลาดกัมพูชา


นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังปี 66 จะดีกว่าครึ่งปีแรก หลังราคาน้ำมันดิบเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวขึ้น และขณะเดียวกันภาพรวมเศรษฐกิจที่จะเติบโตทั้งจากการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัว ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว จึงจะหนุนความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินและยอดใช้จ่ายภายในสถานีบริการน้ำมัน


ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/66 จะพลิกมีกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 744 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น และประกอบไม่มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน


แต่อย่างไรก็ตามรายได้ในปี 2566 มีโอกาสที่จะต่ำกว่าปี 2565 ที่ทำได้ 793,418 ล้านบาท เนื่องจากในปีก่อนเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติจนทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสูงจนถึง 96.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ในปีนี้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบจะเคลื่อนไหวอยู่ที่เพียง 77-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล


นอกจากนี้บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจใหม่ๆและต่อยอด Value Chain ได้ในระยะยาว และการสร้าง Synergy ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายด้านสุขภาพ และ ความงาม (Health & Beauty) ซึ่งเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์กระแสหลัก เรื่องการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) และกลุ่มประชากรในวัยทำงานที่จะถือเป็นกลุ่มหลักของคนในประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มของการใส่ใจสุขภาพ และความงาม  โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนารูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม


พร้อมกันนี้ อีกอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายคือด้านการท่องเที่ยวและที่พัก (Tourism & Accommodation) ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มสอดคล้องกับพันธกิจด้าน All Lifestyle ของ OR  ที่ต้องการเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค


รวมทั้งจะเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจ Global โดยเพิ่มความหลากหลายในการดำเนินธุรกิจ และร่วมกับพันธมิตรในการขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศ ตลอดจนหาโอกาสในการสร้างการเติบโตผ่านการลงทุนใหม่ในรูปแบบต่างๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งบริษัทได้วางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน EBITDA ของธุรกิจ Global ให้ขึ้นมาอยู่ที่ 15% ภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 7.6%


โดยประเทศยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญของ OR คือประเทศกัมพูชาโดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญฯ ในการวางโครงสร้างพื้นฐานอย่างคลังเก็บ LPG และคลังน้ำมัน รวมถึงปัจจุบันบริษัทยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในกัมพูชา ในการให้บริการน้ำมันอากาศยาน ของสนามบินแห่งใหม่ในกัมพูชาภายในปี 2567

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม