Official Update :

ลุ้นผลโหวตนายกวันนี้ หนุน SET บวกต่อ ชู 11 หุ้นเด่น อิงกระแสการเมือง

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวในกรอบ 1,520 - 1,540 จุด ความคาดหวังการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำและการโหวตเลือกนายกฯในวันนี้ (22 ส.ค.)ยังคงหนุนดัชนี อย่างไรก็ตามความกังวล FED จะคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ อีกทั้งแรงขายลดความเสี่ยงก่อนการประชุม Jackson Hole Symposium จะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Selective Buy หุ้นในกลุ่มส่งออกอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า KCE HANA SMT ITC AAI TU, หุ้นอิงกระแสการเมือง  ADVANC INTUCH SIRI THCOM SC PR9 XPG GULF STEC STPI PTG และหุ้นรับอานิสงส์ค่ายรถ EV ตั้งฐานการผลิตในไทย AMATA WHA ROJNA NYT


ด้านหุ้นแนะนำวันนี้ CPAXT (ปิด 34.25 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 40 บาท) คาดหวังผลบวกจากภาพการเมืองที่ชัดเจนขึ้น การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลและออกมาตรการกระตุ้น ศก. จะส่งผลบวกต่อ Sentiment การลงทุน, ยอดขาย และผลกำไรของ CPAXT โดยตรง


CKP (ปิด 3.58 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 4.60 บาท) ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่น้อยกว่าที่คาด ราคาหุ้นที่ลดลงมาและอยู่ในโซนล่างเป็นโอกาสซื้อคาดหวังผลกำไรของ CKP กลับมาฟื้นตัวแบบก้าวกระโดดในไตรมาส 3/66 ตามปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มขึ้น


ขณะที่ประเด็นสำคัญวันนี้ สภาพัฒน์ประกาศ GDP ไตรมาส 2/66 ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ โดย GDP ไตรมาส 2/66 ของไทยขยายตัว 1.8% ชะลอตัวจาก ไตรมาส 1/66 ที่ขยายตัว 2.6% และต่ำกว่าที่ Consensus คาดว่าจะขยายตัว 2.6-3% นอกจากนี้สภาพัฒน์ฯ ยังลดคาดการณ์ GDP ในปีนี้เหลือขยายตัว 2.5-3% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.7-3.7%


ด้านจีนลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้น ศก. น้อยเกินไป วานนี้ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) อายุ 1 ปี 0.1% สู่ระดับ 3.45% จากเดิม 3.55% แต่น้อยกว่าที่ Consensus คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 0.15% เป็น 3.4% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) อายุ 5 ปี คงไว้ที่ระดับ 4.2% ตามสวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะปรับลด 0.15% เป็น 4.05%


สุดท้ายวันนี้ติดตามเปิดสภาฯ โหวตเลือกนายกฯ รอบที่ 3 เราคงมุมมองเดิม คาดโหวตผ่านในครั้งเดียว หลังจากที่วานนี้พรรคเพื่อไทยประกาศจับมือ 11 พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล มีคะแนนเสียง ส.ส. รวม 314 เสียง เหลือเพียง 61 เสียงเท่านั้น หากโหวตผ่านตามคาดจะเป็นบวกต่อการลงทุนรวม โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic play อาทิ กลุ่มค้าปลีก, นิคม, รับเหมาฯ และหุ้นอิงการเมือง