Official Update :

คัด 4 หุ้นเด่นอัพไซด์สูง! จับตาครึ่งปีหลัง ผลงานเติบโต

ช่วงประกาศงบไตรมาส 2/66 ที่ผ่านมา มีหลายบริษัทที่ผลประกอบการออกมาดี ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเพื่อสะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าว แต่ยังมีหุ้นบางตัวที่กำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ออกมาดีเช่นเดียวกัน และมีแนวโน้มที่ผลงานจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ราคาหุ้นยัง Laggard ทำให้มี Upside จากราคาเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ให้ค่อนข้างมาก


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) แนะนํา Selective หุ้นกลุ่มที่ราคายัง Laggard สวนทางกำไรที่ดีกว่าคาดอย่าง CPALL, COM7, SCB และ CPN ซึ่ง Wealthy Thai ได้สำรวจแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังและราคาเป้าหมายมาฝาก


มาเริ่มที่ CPALL ซึ่งกำไรไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 4,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและช่วงครึ่งปีแรก


โดยจากการฟื้นตัวของท่องเที่ยว และกำลังซื้อหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เสร็จสิ้น ต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยที่จะลดลง (รอบเดือนก.. - .. 66) คาดประหยัดไตรมาสละ 100 ล้านบาท รวมถึงได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT เพิ่มขึ้นหลังดอกเบี้ยจ่ายลดลง ประเมินกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 16,606 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 25.12% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 73 บาท


ถัดมา COM7 กำไรไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังจะดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งปีแรก จากผลของฤดูกาลและการขายสินค้าไอโฟนรุ่นใหม่ที่คาดจะเปิดตัวในไทยตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3/66


ทั้งนี้คงประมาณการกําไรปี 2566 ไว้ตามเดิมที่ 3,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.57% จากปีก่อน และคงราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 35.50 บาท แต่ปรับเพิ่มคําแนะนําเป็น Outperform


ขณะที่ SCB กำไรไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 11,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของ SCB จะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/66 เนื่องจากธนาคารคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5% ในปี 2566


ดังนั้นรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) และNIM น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญใน 2-3 ไตรมาสข้างหน้า และคาดว่าต้นทุนสินเชื่อจะลดลง 170-180bps ในช่วงครึ่งปีหลัง จาก 201 bps ในไตรมาส 2/66 เนื่องจากมีการตั้งสำรองครั้งเดียวหลังจากการย้ายข้อมูลลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลไปยังระบบใหม่ในปริมาณมาก


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2566 ขึ้น 4% เป็น 43,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.48% จากปีก่อน จาก NIM ที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) ที่ลดลงซึ่งจะช่วยชดเชยต้นทุนสินเชื่อที่สูงขึ้นได้ โดยให้คำแนะนำ ซื้อ และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 135 บาท


และสุดท้าย CPN มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 3,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดผลประกอบการครึ่งปีหลังจะเร่งตัวขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก


ทั้งนี้เนื่องจากโครงการเดิมและการสร้างรายได้เพิ่มของโครงการใหม่ เช่นศูนย์การค้าใหม่ Central Westville ที่คาดเปิดเดือนพ.ย. และพร้อมมีอัตราการเช่าสูงกว่า 80% ในช่วงเปิด, การเปิดบริการโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 4 แห่ง รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท


สำหรับกำไรสุทธิปี 2566 คาดที่ 11,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.24% จากปีก่อน และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จาก เก็งกำไร ที่ราคาเหมาะสม 78 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้