IHL แย้มผลงานครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น หลังปรับกลยุทธ์-กางแผนลุยธุรกิจใหม่
IHL รับกังวลนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ระบุต้นทุนค่าแรงมีสัดส่วนเกือบ 20%ของต้นทุน แย้มเดินหน้าปรับกลยุทธ์และลุยธุรกิจใหม่ หวังหนุนผลงานครึ่งปีหลังดีขึ้น-มั่นใจรายได้ปีนี้โต 5-10%
นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL เปิดเผยว่า ค่อนข้างมีความกังวลต่อนโยบายค่าแรงขั้นต่ำที่ 600 บาท ของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบันที่บริษัทจ่ายอยู่ที่ 353 บาท เป็นอย่างต่ำ ค่อนข้างมีสัดส่วนต่อต้นทุนที่สูงหรืออยู่ในระดับใกล้เคียง 20%
แต่อย่างไรก็ดี ต้องติดตามว่าการปรับขึ้นตามนโยบายนั้นจะมีทิศทางเป็นเช่น ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นทั้งการปรับขึ้นในครั้งเดียวหรือค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นในทิศทางใดนั้นมีย่อมผลกระทบต่อบริษัทอย่างแน่นอน ด้วยจำนวนแรงงานในบริษัทที่มีอยู่ราว 600 – 400 คน
สำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 บริษัทปรับกลยุทธ์เดินหน้าขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจใหม่ ทั้ง ธุรกิจขนมขบเคี้ยวสุนัข “MOMO & FRIENDS” ธุรกิจฟอกหนังรองเท้า ธุรกิจผลิตหนังเฟอร์นิเจอร์ เพิ่มเติม ซึ่งประเมินว่าจะช่วยสนับสนุนในผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่ ธุรกิจผลิตเบาะหนังรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักยังมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากค่ายรถยนต์พันธมิตรรายใหญ่ ทั้ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งบริษัทสามารถเดินเครื่องผลิตได้เต็มกำลังการผลิต สอดคล้องกับยอดสั่งซื้อที่มีเข้ามาต่อเนื่อง
ด้านนายวศิน ดำรงสกุลวงษ์ กรรมการ และผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) (IHL) กล่าวว่า ล่าสุด บริษัท อินเตอร์กรีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เริ่มส่งออกโปรตีนชนิดผง ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 20 ตัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะทยอยจัดส่งให้ครบตามสัญญา
สำหรับธุรกิจขนมขบเคี้ยวสุนัข ภายใต้แบรนด์ “MOMO & FRIENDS” มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการร่วมออกบูธในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน มีวางจำหน่ายใน ท็อปส์ มาร์เก็ต (Tops market) ทุกสาขา รวมทั้ง ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง Facebook, Instagram, LINE, SHOPEE และ LAZADA
นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการเจรจาทำสัญญาทางธุรกิจเพื่อนำผลิตภัณฑ์เข้าวางจำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดเพิ่มเติม คาดว่า จะเห็นความชัดเจน 1-2 แห่ง ในปีนี้ พร้อมกันนี้ อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในการรับจ้างผลิต (OEM) ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพิ่มเติมจากที่ส่งออกไปยังประเทศเกาหลี และมีการส่งออกในรูปแบบวัตถุดิบหนังวัวไปยังประเทศเวียดนาม และกัมพูชา
ส่วนธุรกิจฟอกหนังรองเท้า ปัจจุบันมีลูกค้า 5 ราย เป็นลูกค้าจากฝั่งทวีปอเมริกาและยุโรป โดยมีสัดส่วนในการฟอกหนังรองเท้าที่เพิ่มขึ้น สามารถรับรู้รายได้ทันที สะท้อนถึงคุณภาพของสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในการสั่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น
ในส่วนของธุรกิจอาหารเสริมแบรนด์ “Chojen” (โชเจน) คอลลาเจน จากหนังวัว ของบริษัท อินเตอร์กรีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง Facebook, Instagram และ tiktok มียอดขายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง มีการจำหน่ายในรูปแบบวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตรายอื่นๆ
ขณะเดียวกัน ธุรกิจผลิตหนังเฟอร์นิเจอร์ ยังมีออเดอร์การรับจ้างผลิต ให้กับลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย รวมถึง การผลิตภัณฑ์โซฟา ภายใต้แบรนด์ “ALEX” ซึ่งเป็นโซฟา ที่ผลิตจากหนังวัวคุณภาพพรีเมี่ยม ปัจจุบันมีโชว์รูมอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางนา ยังมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากภาพรวมทั้งหมดบริษัทมั่นใจว่าจะยังมีการเติบโตของรายได้ในปี 2566 อยู่ที่ 5-10% แต่อย่างไรก็ตามด้วยต้นทุนด้านพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบต่างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จะเป็นตัวกดดันอัตรากำไรสุทธิในปีนี้ ซึ่งบริษัทจะพยายามรักษาให้ใกล้เคียงกับปีก่อน ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆให้ดีขึ้น
