DELTA มาทรงนี้ราคาจะไปต่อหรือไม่ กับคำทำนายนักวิเคราะห์แบบนี้
กระแสการกลับมาอีกครั้งของ DELTA ดูเหมือนจะกลับมาอยู่ในจอเรดาร์ ของมวลชนอีกครั้ง หลังจากที่วานนี้ (1 เม.ย.64 ราคาหุ้นดีดตัวเพิ่มขึ้น 11.72% เป็นการเด้งกลับมาหลังจากที่ราคาลงไปแตะเส้นแนวรับสำคัญที่ระดับ 300 บาทกว่า โดยวานนี้ราคาหุ้นปิดที่ระดับ 324 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นไปแตะราคาสูงสุดที่ 326 บาท ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขาย 3,624 ล้านบาท
ขณะที่ปิดตลาดในช่วงเช้าวันที่ 2 เม.ย. ราคาหุ้นอยู่ที่ 355 บาท เพิ่มขึ้น 9.57% หรือเพิ่มขึ้น 31 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 3,383 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าการซื้อขายของหุ้น DELTA ตลอดช่วงระยะเวลา 2 วันที่เปิดทำการซื้อขาย ถือว่ามีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นนับตั้งแต่ในช่วงต้นปี 64 ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การที่ DELTA เป็นหุ้นที่ดันตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ เพราะเป็นหุ้นที่มี Free Float ต่ำ ที่สามารถเป็นตัวช่วยผลักดันดัชนี ขณะเดียวกัน DELTA ได้รับ sentiment เชิงบวกจากการที่ต่างประเทศประกาศแผนการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า EV Car ขนาดใหญ่ รวมถึงแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ในส่วนของ DELTA เองนั้นถึงแม้จะไม่ได้ขายสินค้าให้กับลูกค้าที่ตลาดสหรัฐโดยตรง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าน่าจะได้รับอานิสงส์นี้ไปด้วย โดยตลาดมองว่าธีมการลงทุนประเภทนี้ยังพอเล่นลงทุนได้ แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของราคาพื้นฐานถือว่าราคานี้ยังสูงจนเกินไป สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นไม่แนะนำให้เข้าไปลงทุน
“ราคาหุ้นขึ้นเพราะเป็น sentiment เชิงบวก จากปัจจัยภายนอกที่มีกระแสการใช้ EV แต่ในแง่ของทางเทคนิค ราคาหุ้นพึ่งจะลุ้นพ้นแนวรับสำคัญที่ระดับ 300 บาทต่อหุ้น แต่อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้น ไม่แนะนำว่าให้เข้าไปเล่นเพราะราคายังห่างไกลพื้นฐานที่เราวางไว้”
ผลงานไตรมาส1/64
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ DELTA ในไตรมาส1/64 จะอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 152% จากปีก่อน โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นจะมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ในตลาดโลกซึ่งทำให้มาร์จิ้นเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน กำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อนจะเป็นเพราะยอดขายลดลง, อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนแอจากโครงสร้างยอดขาย และค่าเงินบาท, และสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างยอดขายไม่ดีเท่าเดิม
ขณะที่คาดว่ายอดขายในไตรมาส 1/64 จะอยู่ที่ 1.66 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน แต่ลดลง 8% จากไตรมาสก่อน แต่หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน จะอยู่ที่ 550 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้น36% จากปีก่อน โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจะมาจากฐานที่ต่ำใน เนื่องจากเป็นช่วงที่จีน lockdown ประกอบกับอุปสงค์โตตามแนวโน้มในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม data center และ EV ในขณะเดียวกัน ยอดขายที่ลดลงจากไตรมาสก่อนจะเป็นเพราะปัจจัยฤดูกาล และผลกระทบบางส่วนจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ
ทั้งนี้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 จากเดิม 200 บาท เป็น 215 บาท อิงจาก PER ที่ 28.0x (+2.0 S.D) เท่ากับของ Delta Taiwan ถึงแม้เราจะประเมินอัตราการเติบโตของยอดขายเอาไว้ในช่วงสูงตามเป้าของบริษัท และประเมินมูลค่าหุ้นโดยให้ premium แล้ว แต่ราคาปิดล่าสุดก็ยังมี downside อีกถึง 26% ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ "ขาย"
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงประมาณการกำไรปกติปี 2564 ที่ 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY) อิงสมมติฐานยอดขายในรูป USD ปี 64 เติบโต 13% จากปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นปี 64 ที่ 24.7% อย่างไรก็ดี หาก GPM ของ DELTA ยืนระยะที่ระดับ +/-25% ไม่ได้ในช่วงที่ยอดขายเติบโต ประมาณการของเราจะมี Downside Risk ทั้งนี้จะปรับประมาณการอีกครั้งหรือไม่ขึ้นกับ Guidance จากผู้บริหารในระยะถัดไป คงคำแนะนำ ขาย อิงราคาเหมาะสม สิ้น ปี 2564 ที่ 258บาท
