FTI ครึ่งปีหลังลุยขยายสาขา-ออกสินค้าใหม่ ดันรายได้ทั้งปี 66 โตตามเป้า 800 ลบ. เตรียมทุ่มงบ 200 ลบ. ขยายโรงงานใหม่
FTI คาดครึ่งปีหลังโตต่อเนื่องรับขยายสาขา-ออกสินค้าใหม่ เผยร่วมทุน 3 พันธมิตรจีนเปิดบริษัทย่อย คาดเริ่มผลิตสินค้าเดือนธ.ค. 66 พร้อมขยายโรงงานใหม่ คาดใช้งบลงไม่เกิน 200 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตได้กลางปี 2567
ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2566 จะใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลของธุรกิจ แต่คาดว่ายังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายสาขาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่วยสนับสนุนให้ปี 2566 รายได้ของบริษัทจะแตะระดับ 800 ล้านบาท หรือเติบโต 15-20% ตามเป้าหมาย เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 700 ล้านบาท และจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นให้อยู่ที่ระดับ 29% ต่อเนื่อง
โดยแนวโน้มไตรมาส 3/66 จะเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีฐานต่ำและไตรมาสก่อนหน้า โดยไตรมาส 3/65 บริษัทได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ในประเทศจีน ทำให้โรงงานหยุดการผลิต ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ปีนี้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติทำให้คาดว่าผลประกอบการจะกลับมาขยายตัวได้ต่อเนื่อง
สำหรับการขยายสาขาในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทมีแผนขยายร้าน Water Store ให้ครบ 24 สาขา จากปัจจุบันที่มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว 22 สาขา และขยายร้าน AQUATEK ให้ครบ 20 สาขา จากปัจจุบันที่มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว 8 สาขา โดยเน้นกลุ่มลูกค้าครัวเรือนที่มี Life Style ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่ง AQUATEK เจาะลูกค้ากลุ่ม Hi-end ทั้งการเลือกสินค้าและคุณภาพ
ส่วนความคืบหน้าในการร่วมทุนกับพันธมิตรจากประเทศจีนจำนวน 3 ราย ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนบริษัทละ 51% เพื่อจัดตั้งบริษัทย่อยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิต และประกอบไส้กรองระบบกรองน้ำ, ผลิตและประกอบหม้อแปลง (Transformer) สำหรับระบบกรองน้ำ, ผลิตและประกอบอุปกรณ์ Booster pump สำหรับระบบกรองน้ำ เพื่อจัดจำหน่ายสำหรับตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายสินค้าในเดือนธ.ค. 66
ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วน และอุปกรณ์ระบบกรองน้ำแห่งใหม่ ในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวัน (EEC) จังหวัดฉะเชิงเทรา คาดว่าจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท ซึ่งแหล่งเงินทุนจะมาจากเงิน IPO โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปต้นไตรมาส 4/66 และเริ่มดำเนินการผลิตได้กลางปี 2567
“เรายังคงเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน เพื่อให้ผลงานโดยรวมทั้งปีเข้าเป้า และเป็นฐานในการเติบโตในอนาคต ทั้งการขยายสาขาเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่จะทำให้เราสามารถผลิตสินค้า พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้วยต้นทุนที่ต่ำลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงแผนในการศึกษาการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นที่น่าพอใจ” ดร.วิกรกล่าว
