“เจ้าของธุรกิจ”...เกษียณอย่างเป็นสุข !!!
Wealth EZ: หลายธุรกิจอยู่ในสถานะที่แตกต่างกันมีทั้งอยู่ในช่วงเริ่มต้นก่อร่างสร้างธุรกิจ ช่วงสนุกสนานกำลังเติบโต ช่วงเผชิญกับการหดตัวของธุรกิจ ช่วงเตรียมการส่งมอบทุกธุรกิจให้คนรุ่นถัดไปและการเตรียมออกจากธุรกิจ
ในความเป็นจริงเราจะพบเห็นว่า “เจ้าของธุรกิจ” หลายท่านแม้อยู่ใน “วัยใกล้เกษียณ” แล้วยังสนุกกับการทำงานที่สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่สะสมมาสร้างความมั่งคั่งต่อไปได้อีกมาก อีกหลายท่านได้ส่งมอบธุรกิจให้คนรุ่นต่อไปรับช่วงบริหารต่อได้อย่างราบรื่น แต่อีกหลายท่านไม่สามารถวางมือจากธุรกิจได้เพราะเป็นแหล่งรายได้ที่นำเงินมาใช้จ่ายในการดำรงชีพของตนเองและครอบครัว
“หรือเป็นธุรกิจที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของเจ้าของกิจการในการบริหารจัดการ ‘ไม่มีผู้สืบทอด’ ธุรกิจที่มีความสามารถเท่าเทียมหรือสูงกว่าในการสืบทอดธุรกิจ หรือ ‘มีภาระหนี้สิน’ ที่มีการผูกพันกับสินทรัพย์ส่วนตัวและของครอบครัว”
ดังนั้น การเตรียมพร้อมเพื่อให้ “เกษียณอย่างเป็นสุข” ควรมีการวางแผน ทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมกับสิ่งเหล่านี้
-
“บริษัทไม่มีวันตาย” ตราบใดที่ยังมีความมั่งคั่ง การจัดโครงสร้างธุรกิจเพื่อให้มีความสอดคล้องกับธุรกิจที่มี เช่นการใช้ Holding Company เพื่อรับเงินปันผลจากบริษัทในเครือข่าย และนำเงินที่ได้มาจัดสรรให้ผู้ถือหุ้น
-
“การเลือกหุ้นส่วน” ไม่ใช้แค่เงินร่วมลงทุนที่ต้องการจากหุ้นส่วน แต่สิ่งสำคัญคือการเป็นกัลยาณมิตรที่สามารถช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้การเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เป็นคนมีศีลธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นคนโกหก หลอกลวง เข้ามาอยู่ใกล้ตัว ปัญหาคดีความฟ้องร้องอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
-
“การจัดทำงบดุล-บัญชีรับจ่าย” ที่โปร่งใสและถูกต้อง หลายคนกลัวที่ต้องจ่ายภาษี แต่หากมีการบริหารภาษีที่ดี “เจ้าของธุรกิจ” จะได้ประโยชน์จากการจัดทำที่ถูกต้องเช่น มีหลักฐานที่ถูกต้องในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เป็นข้อมูลให้ผู้ลงทุนรายใหม่ได้พิจารณาร่วมลงทุนขยายกิจการ และการแบ่งผลประโยชน์ที่ลงตัวให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเป็นธรรม
-
แยกกระเป๋าระหว่าง “เงินธุรกิจ” และ “เงินส่วนตัว” หากไม่วางแผนจะเจอเรื่องค่าใช้จ่ายต้องห้ามที่ไม่สามารถนำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ หลายครั้งก็กลายร่างเป็นเงินกู้ยืมกรรมการซึ่งต้องมีการจ่ายดอกเบี้ยให้กับบริษัทและคืนเงินกู้ส่วนนี้ ภาระผูกพันนี้ยังส่งผลถึงผู้รับมรดกในการรับชำระหนี้สินก้อนนี้ด้วย

-
“ภาระการค้ำประกัน” สถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อจะให้ “เจ้าของธุรกิจ” นำหลักทรัพย์ของบริษัทมาค้ำประกันและหากไม่พอก็สามารถนำหลักทรัพย์ส่วนตัวมาเพิ่มเป็นหลักประกัน โดยคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสต้องเซ็นยินยอมในภาระผูกพันนี้ จะเป็นการดีเป็นอย่างยิ่งหากช่วงวัยเกษียณไม่มีภาระผูกพันในสินทรัพย์ส่วนตัวจะได้เกษียณอย่างสบายใจ
-
“สร้างระบบทำงานอัตโนมัติ” มิใช่แค่การทดแทนด้วยระบบจักรกล หรือคอมพิวเตอร์ แต่การสร้างระบบในการทำงานไม่ว่างานในตำแหน่งใดจะมีการลาออกก็สามารถพัฒนาให้บุคลากรรุ่นใหม่ หรือที่มีอยู่เดิมสามารถทดแทนงานนั้นได้
-
“ข้อตกลงการขายหุ้น” เช่นตอนเริ่มต้นดำเนินธุรกิจมีหุ้นส่วนอยู่สามหุ้น ลงเงินคนละหนึ่งล้านบาท ผ่านไป 20 ปีมูลค่าธุรกิจ 100 ล้านบาท และมีหุ้นส่วนหนึ่งคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและคู่สมรสไม่ต้องการทำธุรกิจนั้นอีกต่อไปจะขอขายหุ้น หุ้นส่วนที่เหลือจะทำอย่างไร ดังนั้นการทำ “ข้อตกลงการขายหุ้น” ควรเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ
-
“เงินฉุกเฉินยามวิกฤต” หากบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญของธุรกิจสูญเสียชีวิตหรือทุพลภาพทำให้ความสามารถในการหารายได้ของบริษัทตกต่ำลง ขาดสภาพคล่อง การทำประกันบุคคลสำคัญเพื่อนำเงินค้ำจุนบริษัทเป็นสิ่งที่ควรอยู่ในแผนธุรกิจ
-
“บ่มเพาะผู้สืบทอดธุรกิจ” การสร้างคนดีที่มีศักยภาพสามารถสานต่อธุรกิจได้เป็นสิ่งที่ต้องบ่มเพาะ ซึ่งอาจมาจากทายาทโดยธรรม หรือบุคคลากรในองค์กร หรือบุคคลภายนอก ซึ่งมีความเป็นไปได้จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ส่งมอบมายังให้ผู้เตรียมส่งมอบธุรกิจซึ่งถือหุ้นอยู่
-
“บริหารความเสี่ยง” การโอนความเสี่ยงทั้งการประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่ม ประกันทรัพย์สินและอัคคีภัย ประกันความรับผิดชอบของกรรมการ การประกันการขนส่ง เป็นต้น เบี้ยประกันถูกได้รับการคุ้มครองที่สูง เป็นเกราะคุ้มครองความมั่งคั่งได้เป็นอย่างดี
-
สร้าง “แหล่งเงินได้ยามเกษียณ” จากหลายช่องทาง เช่นค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวม สลากธกส. สลากออมสิน เป็นต้น
-
“ดูแลสุขภาพกาย-สุขภาพใจ” หาเงินมาทั้งชีวิต แต่มาเจ็บป่วยตอนเกษียณ เพราะไม่ดูแลสุขภาพในช่วงวัยทำงาน ทรัพย์สินที่หาต้องกลายเป็นค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลซึ่งไม่เคยต่อรองค่าใช้จ่ายได้เลย
-
“คบหากัลยาณมิตร” มีที่ปรึกษาคู่ใจ ที่ช่วยวางแผนการเงิน และติดตามผลเพื่อให้เจ้าของธุรกิจเกษียณอย่างเป็นสุข
“เจ้าของธุรกิจที่มีการเตรียมพร้อมเพื่อให้ ‘เกษียณอย่างเป็นสุข’ โดยมีการวางแผน ทำความเข้าใจ บริหารจัดการปัจจัย และเรื่องต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมในทุกๆ ด้านนั้น จะเห็นได้ว่ามีหลายสิ่งที่ต้องการวางแผนเพิ่มในแต่ละช่วงของชีวิต ทั้งส่วนตัวและธุรกิจให้เหมาะสม หรือเรียกว่า ‘สมชีวิตา’ ซึ่งหากไม่เตรียมและใส่ใจอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบมากมายกับครอบครัวของเจ้าของธุรกิจ พนักงาน คู่ค้าทางธุรกิจ”
ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอเชิญชวนให้ผู้อ่านที่เป็น “เจ้าของธุรกิจ” เริ่มต้นวิเคราะห์ค้นหาสิ่งที่ต้องลงมือทำเป็นอันดับแรกๆ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ให้เกิดผลเร็วที่สุด และจัดลำดับความสำคัญในส่วนอื่นๆ ต่อไป ความสงบสุขทางใจจะปรากฏขึ้นจริง สัมผัสได้ในฉับพลันและมั่นคงในระยะยาวใน “ชีวิตเกษียณ” อย่างเป็นสุข
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th
