BCP ลั่นดีล ESSO คืนทุน 5 ปี ดันยอดขายปี 67 ทะยาน 5 แสนลบ. ยังไม่มีแผนถอนหุ้นออกจากตลท.ใน 1 ปีข้างหน้า
BCP คาดดีลซื้อกิจการ ESSO จะคืนทุนภายใน 5 ปีหน้า มองยอดขายปี 2567 แตะ 5 แสนล้านบาท หลังรู้ผลงาน ESSO เต็มปี กางแผน 5 ปี ทุ่มงบลงทุน 2 แสนล้านบาท เล็งหาซื้อกิจการโรงกลั่นเพิ่มอีก 1 แห่ง ส่วนแผนนำ ESSO ออกจากตลาดหุ้นบริษัทยังไม่มีแผนในช่วง 1 ปีข้างหน้า
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า ความคุ้มค่าของดีลการซื้อกิจการบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ภายใต้กระแสการเปลี่ยนผ่านของการใช้รถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ไม่ได้มีความกังวลมากนัก
ทั้งนี้ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีความต้องการใช้รถยนต์สันดาปอยู่ค่อนข้างสูงและกระแสการเปลี่ยนผ่านยังรถยนต์ไฟฟ้ายังต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน ด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่สามารถครอบคลุมได้ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตได้ดีและการมีสินทรัพย์ของ ESSO เข้าช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ โดยดีลนี้จะสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 5 ปีเป็นอย่างช้า
สำหรับการบันทึกผลการดำเนินของ ESSO คาดการณ์ว่าจะเริ่มรับรู้เข้ามาภายในไตรมาส 3/66 ขณะที่การบันทึกกำไรพิเศษจากการซื้อกิจการ บริษัทจะต้องรอประเมินสินทรัพย์ ณ สิ้น วันที่ 31 สิงหาคม ให้แล้วเสร็จก่อนถึงจะเห็นความชัดเจน แต่อย่างไรก็ดีหากมีการบันทึกผลกำไรพิเศษจะเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงเดียวและคาดว่าจะบันทึกได้ทันทีภายในไตรมาส 3/66
ด้านความคืบหน้าและกระบวนการหลังจากนี้ บริษัทจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของ ESSO อีก 34.01% โดยกำหนดระยะเวลาทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ถึง 12 ตุลาคม 2566 ซึ่งภายหลังการทำเทนเดอร์ฯและปิดสมุดผู้ถือหุ้นเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในช่วงกลางเดือนพ.ย.66 และกระบวนการเปลี่ยนชื่อบริษัท ESSO จะทำหลังจากนี้ ส่วนแผนนำ ESSO ออกจากตลาดหุ้นบริษัทยังไม่มีแผนในช่วง 1 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกันบริษัทประเมินยอดขายในปี 2567 จะทำได้แตะระดับ 5 แสนล้านบาท จากปีนี้คาดการณ์ว่าจะทำได้ 3.8 แสนล้านบาท ด้วยแรงหนุนจากกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันของ ESSO ขนาด 1.74 แสนบาร์เรลต่อวัน เข้ามาเพิ่มเติมส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกำลังการกลั่นน้ำมันเป็น 3 แสนบาร์เรลต่อวัน และจำนวนสถานีบริการน้ำมันจาก ESSO กว่า 832 แห่ง ซึ่งบริษัทมีแผนจะเพิ่มสถานีบริการน้ำมันในปี 2567 ให้เป็น 2.3 พันแห่ง จากสิ้นปี 2566 จะอยู่ที่ 2.25 พันแห่ง
สำหรับสูตรการจำหน่ายน้ำมันค้าปลีกในสถานีบริการน้ำมันจะถูกทยอยเปลี่ยนสูตรน้ำมันเป็นของบางจากในคลังน้ำมันภายในไม่เกิน 90 วัน และบริษัทจะทยอยเปลี่ยนป้ายเป็นสถานีบริการน้ำมันบางจากทั้งหมด โดยมีระยะเวลาใช้แบรนด์ ESSO ได้อีกไม่เกิน 2 ปี
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ราว 2 แสนล้านบาท เพื่อรองรับแผนธุรกิจในช่วง 5 ปี (2566-2570) โดยส่วนใหญ่ใช้ภายในปี 2566 กว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อจะใช้ลงทุนในธุรกิจขุดเจาะเเละสำรวจแหล่งปิโตรเลียมราว 30%, ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยานราว 30% , ใช้รองรับการลงทุนดีล ESSO และโรงกลั่นที่บริษัทมีเเผนจะหาเพิ่มอีก 1 แห่ง ราว 30% และอีก 10% ใช้รองรับการขยายธุรกิจของ BCPG และ BBGI
