Official Update :

หุ้น “กลุ่มซีพี” กำลังจะกวาดรายได้รวม ทะลุ 2 ล้านล้านบาทในปี 66

"เครือเจริญโภคภัณฑ์" หรือ ซีพี เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย มีการลงทุนหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในตลาดหุ้นไทยบริษัทในเครือซีพีนับเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันอย่างมาก โดยปี 2566 แนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ช่วยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจร้านสะดวกซื้อ รวมถึงค้าปลีกและค้าส่ง


ดังนั้น Wealthy Thai จะพาไปสำรวจคาดการณ์รายได้และกำไรสุทธิของหุ้นในกลุ่มซีพีอย่าง CPALL, CPF, CPAXT และ TRUE ว่าในปี 2566 ผลประกอบการเป็นอย่างไร จะเติบโตจากปีก่อนมากแค่ไหน


จากการประเมินของนักวิเคราะห์ พบว่าในปี 2566 ทั้ง 4 บริษัท อาจมีรายได้รวมกันสูงถึง 2,263,491 ล้านบาท โดยมีเพียง CPALL และ CPAXT ที่คาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะเติบโตเมื่อเทียบกับปี 2565 ขณะที่ CPF คาดว่ากำไรจะชะลอตัวลง 70% จากปีก่อน เนื่องจากราคาหมูในประเทศที่ลดลงและต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ส่วน TRUE คาดยังมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน


สำหรับ CPALL ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดแนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งแรกของปีนี้ ปัจจัยหนุนมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และกำลังซื้อหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้น รวมถึงต้นทุนค่าไฟที่ลดลง นอกจากนี้ยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT เพิ่มขึ้นหลังดอกเบี้ยจ่ายลดลง ประเมินรายได้ปี 2566 ที่ 907,730 ล้านบาท โต 6.4% และกำไรสุทธิ 16,606 ล้านบาท โต 25.12% จากปีก่อน


ส่วนแผนการขยายสาขาบริษัทยังคงเป้าในประเทศที่ 700 สาขา ส่วนกัมพูชาตั้งเป้าสิ้นปีนี้เปิดครบ 100 สาขา จากสิ้นไตรมาส 2/66 ที่ 66 สาขา โดยเป้าหมายระยะยาวจะเปิดให้ครบ 500 สาขาเป็นน้อย (จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 150 สาขา)


ขณะที่ประเด็นการจัดตั้งโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงานครั้งที่ 4 ซึ่งจะเริ่มต้นระหว่างวันที่ 1 ต.ค. - 30 ก.ย. 66 ฝ่ายวิเคราะห์มองโครงการดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อ SG&A อย่างมีนัยสำคัญ ในเชิง Valuation คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 73 บาท


ถัดมา CPF ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร ในช่วงครึ่งปีหลังนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า แนวโน้มผลประกอบการจะฟื้นตัวจากครึ่งปีแรก และกลับมามีกำไรได้ในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ว่าปัจจุบันราคาหมูในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำและลดลงจากไตรมาส 2/66


แต่ฝ่ายวิเคราะห์เห็นปัจจัยบวกจากราคาหมูในภูมิภาคทั้งเวียดนาม กัมพูชา และจีน ที่กลับมาสูงขึ้นช่วยคลายปัจจัยกดดัน ประกอบกับราคาต้นทุนวัตถุดิบการเลี้ยงที่ปรับลดลงต่อ ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น GPM อย่างไรก็ตามหากเทียบกับช่วงครึ่งหลังปี 65 คาดกำไรยังชะลอตัวจากฐานที่สูง


ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการรายได้ปี 2566 ที่ 649,904 ล้านบาท โต 4.99% จากปีก่อน และกำไรสุทธิที่ 3,633 ล้านบาท ลดลง 73.99% จากปีก่อน แนะนำ เก็งกำไร ราคาเป้าหมายที่ 20.50 บาท จากแนวโน้มผลประกอบการที่จะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง และปัจจัยกดดันบางส่วนเริ่มคลี่คลาย ทำให้เริ่มมีมุมมองบวกมากขึ้น รวมถึงคาดราคาหุ้นจะเริ่มทยอยฟื้นตัวได้ ทั้งนี้แนะนำให้ติดตามสถานการณ์ราคาหมูในไทย หากกลับมาเป็นทิศทางขาขึ้นจะเป็นจังหวะในการเข้าลงทุน


ส่วน CPAXT ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งภายใต้ชื่อ แม็คโคร และ โลตัส นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์  อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า มีแนวโน้วที่บริษัทจะรายงานกำไรในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ โดยเพิ่มขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งแรกของปีนี้


ทั้งนี้เนื่องจาก 1. ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงหลังรีไฟแนนซ์หนี้เสร็จ ซึ่งจะช่วยหนุนให้กำไรไตรมาส 3/66 เติบโต 22% และกำไรไตรมาส 4/66 เติบโต 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ  2. ยอดขายที่ดีขึ้นทั้งจากธุรกิจ B2B และธุรกิจ B2C ด้วยการผนึกกำลังทางธุรกิจมากขึ้น


โดยประเมินรายได้ปี 2566 ที่ 488,473 ล้านบาท โต 4.12% และกำไรสุทธิ 9,494 ล้านบาท โต 23.35% จากปีก่อน  ขณะเดียวกันราคาหุ้น CPAXT ปรับตัวเพิ่มขึ้น outperform SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะ outperform อย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากกำไรครึ่งปีหลังที่แข็งแกร่ง ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ Outperform ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2566 ที่ 42 บาท


สุดท้าย TRUE หนึ่งในธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยีรายใหญ่ของไทย นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2566 ที่ 217,384 ล้านบาท โตขึ้นเล็กน้อย 1.08% จากปีก่อน แต่ปรับ EBTDA ขึ้นเป็นบวกต่ำๆ จากเดิมมองทรงตัวถึงลดลงเพราะเห็น synergies มากขึ้น โดยช่วยประหยัดแผนลงทุนแล้ว 3,000 ล้านบาท และคุม SG&A ดีขึ้น


ทั้งนี้ ผู้บริหารมองภาพแข่งขันที่ลดลง ลูกค้า unlimited ทยอยหมด จึงมองแนวโน้ม EBITDA ครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก หนุนค่าบริการเฉลี่ยที่จะค่อยๆ เร่งขึ้น หลังลูกค้าเก่าที่ใช้โปรถูกจะทยอยครบอายุ แต่ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดปี 2566 จะพลิกขาดทุนสุทธิ 6,123 ล้านบาท จากเดิมคาดจะมีกำไร 2,100 ล้านบาท


สะท้อนผลกระทบปรับโครงสร้างและปรับนโยบายตัดค่าเสื่อมใหม่ ทำให้ D&A พุ่งขึ้นเฉลี่ย 5-6% ต่อปี หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่ม 5,000-6,000 ล้านบาท ในปีนี้ คาด TRUE จะเกิดกำไรอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ขณะที่ upside gain ที่แคบลง จึงปรับคำแนะนำลงเป็น “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” ใช้ราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 8.10 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 20 hours ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 18 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
SET ปิดลบ 6.48 จุด ประคอง 1,600 ไม่จบวัน หุ้นใหญ่ร่วงหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง ฟากพลังงาน-โรงพยาบาลช่วยพยุงตลาด
Updated 18 hours ago
Follow Us