"มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย" หรือ MCA เตรียมขายหุ้นไอพีโอ 60 ล้านหุ้น พร้อมเข้าเทรด mai ไตรมาส 4 ปีนี้
บมจ.มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย หรือ MCA เตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ 60 ล้านหุ้น หลัง ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง นำเงินระดมทุนขยายธุรกิจใหม่ Distributor รองรับลูกค้าได้ครบวงจร ตั้งเป้าปี 66 โตเฉลี่ย 15-20% คาดเข้าเทรด mai ไตรมาส 4/66
นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ MCA เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 60 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 26.09% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัตินับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ โดยคาดจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4/66
โดย MCA เป็นหนึ่งในผู้นำในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด และเป็นผู้ให้บริการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดที่ครบวงจร ผ่านรูปแบบของกิจกรรมการตลาดภาคสนาม (Field Marketing) ตั้งแต่การเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) การสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้อุปโภคบริโภค (Customer Engagement) ตลอดจนการผลักดันยอดขาย (Boost Sales) ภายใต้การให้บริการ 1.บริการจัดกิจกรรมทางการตลาดและดิจิทัล (Marketing activities and Digital), 2.บริการบรรจุและจัดส่งสินค้า (Packing and Logistic),3.บริการพนักงานแนะนำสินค้า (Product Consultant) และ 4. บริการจัดเรียงสินค้า (Merchandiser)
ด้านนายภักดี เหล่างาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MCA กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจสู่การดำเนินธุรกิจใหม่ ในการเข้าไปเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributor) และรองรับการลงทุน ในสินทรัพย์ สำหรับการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายรูปแบบให้ครบทุกมิติมากขึ้น รวมทั้งเพื่อใช้ในการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพความมั่นคงทางการเงินให้กับบริษัทในอนาคต
สำหรับการดำเนินธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributor) นั้น บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตเนื่องจากปัจจุบันมีผู้ประกอบการในธุรกิจจำนวนน้อยราย จึงมองว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้ โดยที่บริษัทจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างเจ้าของสินค้าและผู้อุปโภคบริโภค โดยจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเจ้าของสินค้า ในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดตั้งแต่ต้นน้ำ (Product Introduction) จนถึงการที่สินค้าได้ไปอยู่ในมือผู้บริโภค (Off Take) ซึ่งการให้บริการดังกล่าวรวมไปถึงวางแผนสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) การใช้ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจบริการกิจกรรมทางการตลาด (Marketing Activation) รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงช่องทางขายต่าง ๆ (Distribution Channel) ซึ่งจะทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคในช่องทางที่มากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น สำหรับธุรกิจ Distributor อยู่ที่ 5 – 15%
ทั้งนี้ แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในปี 2566 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตเท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ราว 15-20% จากการขยายธุรกิจ Distributor และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรม Marketing ที่คาดว่าปีนี้จะเติบโตเฉลี่ย 6-12%
ส่วนผลการดำเนินงานช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2562-2565) โดนบริษัทมีรายได้จากการบริการรวม 331.67 ล้านบาท 235.62 ล้านบาท 224.07 ล้านบาท 372.65 ล้านบาท ตามลำดับ โดยสาเหตุปี 2563-2564 ปรับตัวลดลง จากปัจจัยกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาด COVID-19 แต่ในปี 2565 รายได้จากการให้บริการของบริษัทฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ จากการขยายธุรกิจบริการจัดเรียงสินค้า รูปแบบบริการแบบใช้ร่วมกัน และการฟื้นตัวของธุรกิจบริการจัดกิจกรรมทางการตลาดและดิจิทัล ในขณะเดียวกัน ไม่มีผลขาดทุนในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิเท่ากับ 53.56 ล้านบาท 0.73 ล้านบาท 2.74 ล้านบาท และ 16.51 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่อัตราการเติบโตของรายได้ในงวด 6 แรกของปี 2566 มีรายได้จากการบริการรวม 210.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของทั้ง 4 กลุ่มบริการ และตัวเลขกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 69.57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
