5 วัน JKN ร่วงกว่า 38% นักวิเคราะห์ แนะ “เลี่ยงลงทุน” จนกว่าจะแก้ปัญหาผิดนัดชำระหนี้
หากพูดถึงหุ้นที่เป็นกระแสข่าวในตอนนี้ ก็ต้องมีหุ้นของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN หลังจากที่เกิดการผิดนัดชำระหุ้นกู้รุ่น JKN239A ที่ถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 1 ก.ย. 66 เป็นจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกว่า 609 ล้านบาท
และต่อในวันที่ 6 ก.ย. 66 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รายงานว่า นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่และซีอีโอ ของ JKN ได้มีการขายหุ้นออกมา 92 ล้านหุ้น ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ชี้แจงว่าเป็นการถูกฟอร์ซเซลล์ หรือบังคับขายจากบัญชี มาร์จิ้น หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงกว่า 50% ในช่วง 2 วัน
ทั้งนี้ จากรวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ทาง Wealthy Thai พบว่าในช่วง 5 วัน (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 66 ถึงวันที่ 7 ก.ย.66) มีการปรับตัวลดลง 38.24% หรือลงมาอยู่ที่ระดับ 1.05 บาท แต่การปรับตัวของราคาหุ้นที่รุนแรงนี้นักลงทุนจะต้องรับมืออย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
โดยนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำถึงนักลงทุนที่มีการถือครองหุ้น JKN ยังไม่ควรปรับลดน้ำหนักลงทุนหรือขายออกมาหลังจากที่ราคาปรับตัวลงมาแรง เนื่องจากอาจทำให้มีผลขาดทุนหนัก และไม่ควรซื้อเพิ่มหรือซื้อถัวเฉลี่ยในตอนนี้
โดยอยากให้นักลงทุนติดตามถึงแผนการปรับโครงสร้างกระแสเงินสดที่หมุนเวียนไม่ทันและแนวทางแก้ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ในปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนที่ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันบริษัทเตรียมนัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ แต่ก็ประเมินว่ามีโอกาสที่ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ให้ผ่อนผัน เพราะขาดความเชื่อมั่นต่อบริษัทหลังจากที่ผิดนัดชำระในรอบแรก
พร้อมกันนี้ประเมินว่าบริษัทมีความเสี่ยงสูงอาจจะผิดนัดชำระหนี้ชุดต่อๆไป เนื่องจากการเติบโตของบริษัทในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเป็นไปตามการลงทุน ซึ่งพอถึงในจุดหนึ่งก็ทำให้กระแสเงินสดจากผลการดำเนินงานและการลงทุนไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้
ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “หลีกเลี่ยงการลงทุน” ออกไปก่อน และปรับคำแนะนำเป็น “Under Review” จนกว่าบริษัทจะมีแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนถึงประเด็นการผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าว เนื่องจากมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและแผนในการออกหุ้นกู้ในอนาคตเพื่อรีไฟแนนซ์จะทำได้ลำบากขึ้น
สำหรับประเด็นการผิดนัดชำระมองเป็นข่าวลบซึ่งแสดงถึงปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆที่เกี่ยวกับธุรกิจบริหารจัดการลิขสิทธิ์ขององค์กรนางงามจักรวาล (MUO) และขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง
ขณะที่รายได้ในช่วงครึ่งปีแรกถือว่าต่ำกว่าเป้า ซึ่งเรามีการปรับลดประมาณการไปก่อนหน้านี้จากปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลต่อการชำระเงินกู้งวดที่เหลือ จึงยังคงต้องติดตามถึงแผนชำระหนี้ของบริษัทที่จะเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการผ่อนผันการชำระคืนหนี้ในวันที่ 29 ก.ย.นี้
ด้านผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 จะดีกว่าในครึ่งปีแรก เนื่องจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจบริหารจัดการลิขสิทธิ์ขององค์กรนางงามจักรวาล (MUO) ประเทศเอลซัลวาดอร์ราว 566 ล้านบาท ซึ่งเป็นการรับรู้รายได้จากการจัดงานประกวดรายได้จากค่าลิขสิทธ์รายได้จากค่าตั๋วเข้างาน
ขณะที่ธุรกิจ Commerce มีแผนขยายสินค้าในตลาดใหม่ๆมากขึ้นและปรับกลยุทธ์เน้นขายสินค้า House Brand มากขึ้นช่วยให้อัตรากำไรดีขึ้นซึ่งคาดว่าจะช่วยให้สภาพคล่องทางการเงินมีแนวโน้มดีขึ้น
