SPALI ย้ำเป้ายอดขายปีนี้ 3.6 หมื่นลบ. ครึ่งหลังลุยเปิด 27 โครงการ มูลค่า 2.86 หมื่นลบ. รุกพัฒนาโครงการ 5 จังหวัดใหม่ภายในปีนี้
SPALI ย้ำเป้ายอดขายทั้งปี 2566 ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท ลุยเปิด 27 โครงการใหม่ มูลค่า 2.86 หมื่นลบ. พร้อมเปิดเกมรุกลุยตลาดภูมิภาค จ่อพัฒนาโครงการ 5 จังหวัดใหม่ภายในปีนี้
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังปี 66 บริษัทเตรียมเปิดโครงการอย่างต่อเนื่องหรือจะเปิดตัวโครงการใหม่รวม 27 โครงการ มูลค่ารวม 2.86 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 26 โครงการ และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้ยอดขายให้ปี 2566 เป็นไปตามเป้าหมายที่ 3.6 หมื่นล้านบาท แม้ว่าในไตรมาส 3/66 ยอดผู้เข้าชมโครงการจะมีการชะลอตัวไปบ้าง
สำหรับแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 4/66 บริษัทประเมินว่าจะเติบโตได้ดีที่สุดในปีนี้ เนื่องจากความต้องการในกลุ่มคอนโดมิเนียมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความชัดเจนของรัฐบาลและนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ขณะที่กลุ่มแนวราบคาดการณ์อาจจะยังคงทรงตัวต่อ
ทั้งนี้ บริษัทได้ดึง “โบว์-เมลดา สุศรี” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของศุภาลัย ถือเป็นกลยุทธ์ครั้งสำคัญของแบรนด์ เพื่อย้ำถึงจุดยืน ‘Standard ดี Quality เดียวกัน’ พร้อมกับชูมาตรฐานบ้านศุภาลัยทั้งคุณภาพการก่อสร้าง และการบริการที่ดีผ่าน 5 โซน ที่เปิดให้สัมผัสมาตรฐานบ้านศุภาลัยในทุกฟังก์ชันที่ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ภาคไหน ก็ได้มาตรฐานเดียวกันทุกหลัง สะท้อนแนวคิด ‘Standard ดี Quality เดียวกัน’ ซึ่งเป็นจุดแข็งของบ้านของศุภาลัยที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิตของคนในทุกจังหวัด พร้อมเปิดตัวผู้นำภูมิภาค ตอกย้ำการให้ความสำคัญในมาตรฐานบ้านทุกหลังเท่ากันทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ด้วยจุดยืนตลอดกว่า 34 ปีของศุภาลัยที่มุ่งมั่นสร้าง ‘Standard ดี Quality เดียวกัน’ ให้กับบ้านทุกหลัง ทำให้ในวันนี้ศุภาลัยประสบความสำเร็จด้วยยอดขายอันดับ 1 ในตลาดภูมิภาค โดยสำหรับครึ่งปีหลังนี้ ศุภาลัยได้มุ่งเดินหน้าบุกตลาดอสังหาฯ สู่หัวเมืองจังหวัดต่างๆ ในทุกภาค พร้อมก้าวสู่เป้าหมายบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติต่อไป
โดยในช่วงครึ่งปีแรกปี 66 โครงการภูมิภาคของบริษัทสามารถทำยอดขาย 7.78 พันล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับยอดขายครึ่งปีแรกปี 65 โดยแบ่งเป็นยอดขายกลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียม 570 ล้านบาท ซึ่งเติบโตถึง 72% และโครงการแนวราบ 7,214 ล้านบาท ที่เติบโตขึ้น 6% หรือคิดเป็นสัดส่วนยอดขายที่มาจากตลาดภูมิภาคเท่ากับ 45% โดยจังหวัดที่ขายดีในอันดับต้นๆ คือ ภูเก็ต ชลบุรี สงขลา ระยอง และเชียงใหม่
ทั้งนี้ บริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสการสร้างยอดขายในทำภูมิภาค จึงจะเดินหน้าลุยเต็มกำลังในแผนการพัฒนาโครงการ 5 จังหวัดใหม่ภายในปี 2566 ได้แก่ ลำพูน ลำปาง นครปฐม ราชบุรี และจันทบุรี ซึ่งภายในปี 2566 บริษัทก็คาดหวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นยอดขายที่มาจากภูมิภาคราว 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีอีกหลายจังหวัดที่จัดซื้อที่ดินแล้วแต่ยังไม่ได้พัฒนาโครงการ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีโครงการครอบคลุมกว่า 31 จังหวัดภายใน 2 ปีข้างหน้านี้
