“ฟอร์ท อีเอ็มเอส” หรือ FEMS เตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เดินหน้าขยายตลาด ตปท. ปักธงปี 67 เจาะยุโรป

FEMS เดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ วางแผนบุกตลาดยุโรปในปี 2567 ชูจุดเด่น One Stop Solutions รองรับลูกค้าได้หลายกลุ่ม ชี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล เผยความคืบหน้าอยู่ระหว่างการพิจาณาไฟลิ่งจากสำนักงาน ก...


นายพิชัย ดวงทวีทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอร์ท อีเอ็มเอส จำกัด (มหาชน) หรือ FEMS เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 320 ล้านหุ้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) พร้อมแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) 


ทั้งนี้ บริษัทยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาในการเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ชัดเจนได้ อาจเป็นช่วงปลายปี 2566 หรือภายในปีหน้า


สำหรับ FEMS ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้านวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่เจ้าของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (One-Stop Solutions) ตั้งแต่การร่วมออกแบบและพัฒนากระบวนการผลิตจนถึงการประกอบเป็นสินค้านวัตกรรมด้านเทคโนโลยีตั้งแต่การร่วมออกแบบและพัฒนากระบวนการผลิตจนถึงการประกอบเป็นสินค้านวัตกรรมด้านเทคโนโลยี


โดยให้บริการในรูปแบบของการรับจ้างประกอบ (Consign Part) และการรับเหมาผลิต (Turn Key) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 งานประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board Assembly: PCBA) ภายในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ และ กลุ่มที่ 2 งานผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Box-Build)


ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าพลังงานและยานยนต์ กลุ่มเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฟอร์ท เช่น ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) “เต่าบิน” โรโบติกบาริสต้า และ ตู้ชาร์จรถยนต์ฟ้า (EV Charger)  “กิ้งก่า ชาร์จ พอยต์ เป็นต้น ขณะเดียวกันจากความผันผวนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น ในอนาคตบริษัทอาจเน้นบริการหลังการขายเพื่อบาลานซ์พอร์ตรายได้ระยะยาว


นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นทำการตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น โดยมองโอกาสขยายตลาดในยุโรปในปี 2567 ด้วยช่องทางและโอกาสจำนวนมากในหลากหลายอุตสาหกรรมที่ขยายตัว รวมถึงศักยภาพของบริษัทที่ทีมงานมีประสบการณ์ดูแลลูกค้าแบรนด์ระดับโลกมากว่า 30 ปี การผลิตที่มีคุณภาพด้วยเครื่องจักรรุ่นใหม่ประสิทธิภาพ จึงเชื่อว่าจะเป็นที่สนใจสำหรับบริษัทที่กำลังมองหาฐานการผลิตขนาดใหญ่หรือกำลังย้ายฐานการผลิตมาที่บริษัท


ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีการทำการตลาดเชิงรุกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศผ่าน 2 ช่องทาง คือ บริษัทติดต่อโดยตรงกับลูกค้า และติดต่อลูกค้าผ่านช่องทางนายหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามมุ่งเน้นการเข้าพบและนำเสนอผลิตภัณฑ์กับลูกค้าโดยตรง รวมถึงการแนะนำผ่านกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของบริษัท และประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้บริษัทเป็นที่รู้จักทั้งในตลาดในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย


ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากการผลิตสินค้าให้กลุ่มลูกค้าในประเทศและต่างประเทศประมาณ 70% ซึ่งฐานลูกค้าต่างประเทศส่วนใหญ่ คือ สหรัฐฯ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นการผลิตสินค้าให้กับกลุ่มบริษัทฟอร์ท


ในส่วนของการผลิต ปัจจุบันบริษัทมีโรงงาน 3 แห่ง จำนวน 14 ไลน์การผลิต โดยโรงงานแรกดำเนินการผลิตงานประกอบชิ้นส่วนบนแผงวงจร (PCB Assembly) สามารถทำงาน Box Build ตั้งแต่แผงควบคุม (Sub-module level) จนถึงผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย (Final Assembly) ส่วนโรงงานที่ 2 จะใช้ในการผลิต Box Build สำหรับลูกค้ารายใหญ่เพื่อส่งออกต่างประเทศ และโรงงานที่ 3 จะเป็นโรงงานผลิตและประกอบเต่าบิน และไลน์การผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถรองรับการเติบโตได้อีกมาก


“การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ นอกจากการนำเงินที่ได้มาขยายพื้นที่โรงงาน คลังสินค้า และลงทุนเครื่องจักรใหม่แล้ว จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือให้กับบริษัทในระดับสากล ช่วยสนับสนุนการขยายตลาดในต่างประเทศ”


ด้านผลประกอบการช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2563 บริษัทรายได้รวมที่ 821.8 ล้านบาท กำไร 0.04 ล้านบาท ปี 2564 รายได้รวมที่ 2,046.9 ล้านบาท กำไร 150.2 ล้านบาท และปี 2565 รายได้ที่ 4,586.4 ล้านบาท กำไร 366.2 ล้านบาท  ส่วน 3 เดือนแรก ปี 2566 มีรายได้รวม 1,181 ล้านบาท และกำไร 70.1 ล้านบาท

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้