ส่องความสามารถการทำกำไร “ธนาคาร” ปี 64 กับคลื่นลมแห่งวิกฤติที่ต้องฟันฝ่าอีก 1 ปี
แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในต่างประเทศจะดีขึ้น แต่สถานการณ์ภายในประเทศ ขณะนี้กำลังน่าเป็นห่วงขึ้นทุกวัน ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 วันที่ 4 ม.ค.64 อยู่ที่ 745 ราย สูงที่สุดตั้งแต่มีการรายงานยอดผู้ติดเชื้อฯ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยสถานการณ์ที่เกือบๆ จะล็อคดาวน์ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ช่วงต้นปีเช่นนี้มาดูกันว่าภาพรวมการดำเนินงานของ “ธนาคารพาณิชย์” จะเป็นอย่างไรบ้าง? เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยตรง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า การฟื้นตัวของธนาคารพาณิชย์ในปี 2564 ยังมีความไม่แน่นอนสูง และยังคงขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของ Covid-19 รอบใหม่ ซึ่งหากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2564 สามารถประคองการเติบโตไว้ได้ที่ 2.6% ตามคาดการณ์แล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า กำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชยจดทะเบียนในไทยปี 2564 มีโอกาสขยับขึ้นประมาณ 3.0-7.0% เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำใน ปี 2563 ที่ประเมินว่าปิดปี 2563 ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 1.44 แสนล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 9 ปี
การปล่อยสินเชื่อท่ามกลางวิกฤติระลอกใหม่
ในช่วงต้นปี 2564 เมื่อไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้แน่นอน ภาคธุรกิจต่าง Wait&See สถานการณ์ Covid-19 รอบใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จะมีการชะลอการลงทุนโครงการขนาดใหญ่และโครงการระยะยาวออกไปก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นศูนย์วิจัยกสิกรประเมินว่า จะเห็นการขอสินเชื่อเพื่อ “เสริมสภาพคล่อง” หรือ “ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน” มากกว่าลักษณะของการขอสินเชื่อใหม่เพื่อขยายการลงทุน ขณะที่สินเชื่อรายย่อยอาจขยายตัวไม่มาก ด้วยข้อจำกัดของภาระหนี้เดิมที่มีอยู่ บวกกับกับการที่ธนาคารพาณิชย์ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ ไทยในปี 2564 อาจเติบโตในกรอบประมาณ 3.0-4.5% ชะลอลงจากที่คาดว่าจะปิดปี 2563 ที่ระดับสูงกว่า 4.5%
รายได้หลักจากดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมของแบงก์ก็ลดลง
รายได้หลักจากดอกเบี้ยชะลอตัวลงตามทิศทางของสินเชื่อ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนจากเงินให้สินเชื่อน่าจะมีแนวโน้มชะลอลงเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในที่สุด อย่างไรก็ตามคาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะยังชะลอการออกแคมเปญ และไม่เร่งระดมเงินฝาก เพื่อพยายามบริหารจัดการต้นทุนด้านเงินฝาก ประคองทิศทางส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้ทรงตัว หรือให้ชะลอลงในกรอบจำกัด โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า NIM ในปี 2564 อาจชะลอลงมาที่ 2.65-2.75% จากตัวเลขคาดการณ์สำหรับปี 2563 ที่ 2.75%
ขณะที่ “รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ” ยังไม่ฟื้นตัวกลับมา ด้วยข้อจำกัดของบรรยากาศทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องใช้เวลากว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ระหว่างหาแนวทางเพิ่มรายได้จากแหล่งอื่น เพื่อมาทดแทนรายได้ที่หายไป จากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรรมไปทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งมีผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมในการทำบัตรและค่าธรรมเนียมรายปีของบัตร ATM และบัตรเดบิต จากภาพดังกล่าวศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ อาจหดตัวเล็กน้อยในปี 2564 (กรอบคาดการณ์ที่ -3.0% ถึง +1.0%)
ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องฝากความหวังการเติบโตมาที่กลุ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจจะได้รับอานิสงส์จากโอกาสที่เศรษฐกิจฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2564 โดยเฉพาะหากสามารถควบคุมการระบาดของโควิดรอบใหม่ได้ รายได้ธนาคารพาณิชย์ ทั้งค่าธรรมเนียม การจัดการ บริการที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมนายหน้าจะดีขึ้น
สิ่งที่แบงก์ต้องระวังในปีนี้คืออะไร?
ในปี 2564 น่าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่ธนาคารพาณิชย์ต้องรับมือกับ “คุณภาพหนี้” ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่มีสัญญาณอ่อนแอและฟื้นตัวช้า โดยมีภารกิจในการติดตามและดูแลความสามารถในการชำระหนี้แล้ว กลุ่มที่ออกจากโครงการช่วยเหลือในปี 2563 และให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องกับลูกหนี้ กลุ่มเปราะบางแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ธนาคารพาณิชย์จะยังให้น้ำหนักกับการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งการตั้งสำรองฯ เพื่อรองรับสถานการณ์หนี้เสียที่ยังต้องใช้เวลาในการแก้ไข
ภาพรวมหนี้ด้อยคุณภาพอาจขยับขึ้นต่อเนื่อง ตอกย้ำสถานะของ NPLs ซึ่งเป็นเครื่องชี้ตามหลังเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า NPLs ของระบบธนาคารพาณิชย์อาจขยับขึ้นต่อเนื่องไปที่ 3.53% ณ สิ้นปี 2564 จากระดับประมาณการสิ้นปี 2563 ที่ 3.35% ของสินเชื่อรวม
โดยในปี 2564 คาดว่าจะเห็นธนาคารพาณิชย์เร่งบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ในพอร์ต ควบคู่ไปกับการทยอยประเมินจังหวะของการตัดหนี้สูญและขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ เพราะคงต้องยอมรับว่า สัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2564 เริ่มมีความไม่แน่นอน และแนวโน้มยังขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงและความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศ
ทำให้ในปีนี้ธนาคารพาณิชย์ยังคงต้องมี “มาตรการช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้” ที่มีความเปราะบางและมีสถานะทางการเงินที่อ่อนไหวตามสภาวะเศรษฐกิจ รวมไปถึงคงต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อยที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลของธปท.ลูกหนี้กลุ่มนี้มีอยู่ราว 1 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์การชำระหนี้ของลูกค้าทุกกลุ่มอย่างอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2564

