Official Update :

หุ้นไฟแนนซ์ดิ่งยกแผง! JMART โดนด้วย! ผวาพันธบัตรรัฐบาลพุ่ง กดดันต้นทุนการเงิน-หวั่นคุณภาพลูกหนี้

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่ม Finance วันนี้ (9 .. 66) ปรับตัวลงแรง จากความกังวลผลประกอบการไตรมาส 3/66 หลังดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูง กดดันคุณภาพลูกหนี้ โบรกฯ ชี้มีความเสี่ยงที่ กนง. อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก แนะติดตามงบไตรมาส 3/66 พร้อมชู 3 หุ้นเด่น TIDLOR-KTC-AEONTS มองแนวโน้ม NPL กำลังผ่านจุดพีค


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า หุ้นกลุ่ม Finance อย่าง JMT, JMART, SINGER, TIDLOR, MTC, SAWAD และ BAM เจอแรงขาย จากปัจจัยกดดัน ทั้ง 1. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ที่ยังคงปรับตัวขึ้นกดดันเรื่องต้นทุนทางการเงินหรือหุ้นกู้


และ 2. การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC Minutes) ในพฤหัสนี้ ตลาดเริ่มกังวลว่า FED อาจจะ Hawkish skip หรือ FED คงดอกเบี้ยรอบเดือนพ.ย. 66 แต่อาจจะปรัยขึ้นในเดือนธ.ค. 66 หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 336,000 ตำแหน่ง มากกว่าคาด 2 เท่า และเงินเฟ้ออาจเจอแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวบวกรับประเด็น Geopolitics อิสราเอลและกลุ่มฮามาส


ขณะที่นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองกับ Wealthy Thai ว่า หุ้นกลุ่ม Finance ที่ปรับตัวลงวันนี้ อาจมาจากความกังวลผลประกอบการที่จะประกาศในไตรมาส 3/66 ซึ่งมีสัญญาณหลายอย่างที่ทำให้เกิดความกังวลต่อคุณภาพลูกหนี้ ทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพลูกหนี้


อีกทั้งปัจจุบันส่วนต่าง (Spread) อัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐ-ไทยค่อนข้างกว้าง ทำให้การที่ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ทำได้ไม่ง่าย ดังนั้นความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงกว่า 2.50% ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน


ประกอบกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท อาจไม่ได้เกิดขึ้นเร็วนัก ประเมินเกิดขึ้นได้เร็วสุดคือเดือนก.. 67 เพราะฉะนั้นระยะสั้น (2 ไตรมาส) คุณภาพลูกหนี้จะไม่มีตัวช่วยเท่าไหร่ จึงทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลในหุ้นกลุ่ม Finance ว่าจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้


ทั้งนี้ ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่ม Finance ต่ำกว่าตลาด แต่ยังแนะนำ ซื้อ TIDLOR, KTC และ AEONTS เนื่องจากมีแนวโน้มที่หนี้เสีย (NPL) จะถึงจุดสูงสุดเร็วกว่าหุ้นตัวอื่นๆ ในอุตสาหกรรม คาดภายในไตรมาส 3/66 และจะเห็น NPL ปรับลดลง


แต่หุ้นอื่นๆ ในกลุ่ม Finance คาด NPL อาจปรับขึ้นไปจนถึงไตรมาส 2/67 เพราะฉะนั้นหุ้นที่ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะถึงจุดที่แย่ที่สุด หากเข้าไปลงทุนก่อน อาจเจอความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหรือผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามคาดสูง


อย่างไรก็ตาม คุณภาพลูกหนี้และอัตราดอกเบี้ยมีความเชื่อมโยงกัน หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะเป็นการซ้ำเติมลูกหนี้ แม้เราจะเห็นว่าอยู่ในจุดที่แย่ที่สุดแล้ว แต่ยังไม่มีปัจจัยบวกให้หุ้นกลุ่ม Finance ฟื้นตัวเร็ว ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่สนใจแนะนำติดตามผลประกอบการไตรมาส 3/66 ประเมินจุดที่น่าสนใจ คือ หลังประกาศงบแล้ว และแนะนำลงทุนในลักษณะของการ ทยอยสะสม

Most Viewed
Banking
เอสซีบีเอกซ์ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน สะท้อนความยืดหยุ่นของพอร์ตธุรกิจท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง
Updated 1 day ago
Banking
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เมื่อผลประกอบการที่ออกมาดี ไม่เพียงพอให้ตลาดตื่นเต้นอีกต่อไป บทเรียนจาก 3 หุ้นดังกำไรไตรมาส 2 เด่น แต่ตลาดกลับตอบสนองด้วยความกังวล
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
SCGP โชว์ Q2/69 กำไรพุ่ง 128% รับอานิสงส์อินโดฯ พลิกบวก มั่นใจ Q3/69 ผลงานโตต่อเนื่อง เจรจาดีล M&P เพียบ ลุ้นบางส่วนชัดเจนปีนี้
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SCB ร่วงหลังประกาศงบ กำไรลด แต่โบรกฯ ชี้ดีกว่าคาด Q3/69 มอง NIM ชะลอ กดผลงานทรงตัว คาดยังจ่ายปันผลสูง คงคำแนะนำ “ถือ”
Updated 1 day ago
Follow Us