Official Update :

BANPU ส่ง “บ้านปู เน็กซ์” เข้าซื้อหุ้น “เอส โวลต์ฯ” ผู้ผลิตแบตเตอรี่ฯ สัดส่วน 40% มูลค่าการลงทุน 750 ล้านบาท

BANPU เผย “บ้านปู เน็กซ์” ได้ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อหุ้น 40% ใน SVOLT Thailand ผู้ดําเนินการผลิตและจัดจําหน่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มูลค่าการลงทุน 750 ล้านบาท ชูกําลังการผลิตเริ่มต้น 60,000 ชุดต่อปี ซึ่งจะเริ่มส่งมอบในช่วงไตรมาสแรกปี 2567 มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นยานยนต์ไฟฟ้าเช่น GWM และ Hozon


นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า บริษัทขอรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จํากัด (Banpu NEXT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทและบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จํากัด (มหาชน) หรือ BPP ที่ถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 50%


โดยได้ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อหุ้น 40% ในบริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จํากัด (SVOLT Thailand) โดยมีมูลค่าการลงทุน 750 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นเดิม คือ SVOLT Energy Technology (Hongkong) ซึ่งจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 60 ใน SVOLT Thailand ทั้งนี้คาดว่าจะทํารายการซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566


ทั้งนี้ SVOLT Thailand ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 ที่อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ (Module pack Factory) มุ่งเน้นเรื่องการวิจัยและพัฒนา ดําเนินการผลิตและจัดจําหน่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนําเข้าและส่งออกแบตเตอรี่ การบริการแบบครบวงจร


อีกทั้งการให้บริการด้านเทคนิค การบริการ ให้คําปรึกษาแนะนําพร้อมเสนอโซลูชันเรื่องแบตเตอรี่และการจัดเก็บพลังงานตามความต้องการของลูกค้า (ทั้งนี้ไม่ได้รวมการให้บริการในด้านการขอใบอนุญาตต่างๆ)


โดยมีกําลังการผลิตเริ่มต้นที่ 60,000 ชุดต่อปี ซึ่งจะเริ่มส่งมอบในช่วงไตรมาสแรกปี 2567 มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นยานยนต์ไฟฟ้าเช่น GWM และ Hozon ทั้งนี้ในอนาคตยังสามารถขยายกําลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น


ขณะที่การลงทุนในครั้งนี้เป็นการต่อยอดธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของ Banpu NEXT สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนําโซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนมาเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายด้าน Net-Zero และเปิดโอกาสเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นในประเทศไทย


ทั้งนี้ด้วยกลยุทธ์การดําเนินธุรกิจที่คล้ายกันจะทําให้เกิดการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเพื่อการให้บริการครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า